เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 20 มีนาคม พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. ได้รับรายงานจาก พล.ต.ต.กัมปนาท โสภโณดร ผบก.น.9 กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท่าข้าม นำโดย พ.ต.อ.ธีระ เถระพัฒน์ ผกก.สน.ท่าข้าม พ.ต.ท.ธงชัย บัวรังษี รอง ผกก.สส.สน.ท่าข้าม และ พ.ต.ต.ปิติพล พรหมแก้ว สว.สส.สน.ท่าข้าม นำกำลังเข้าจับกุมนายขจรลาภ หรือ “เบิด” เปรมรุ่งเจตน์ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111/136 ซอยบางกระดี่ 25 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม.พร้อมของกลางยาบ้า 400,000 เม็ด มูลค่า 40,000,000 บาท และรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นเอแวนซ่า สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ชบ 7195 กทม. อีก 1 คัน โดยจับกุมตัวได้ที่ห้องเช่าหมายเลข 709 ชั้น 7 ภายในหอพักเบนเพลสเรสซิเดนซ์ ซอยเทียนทะเล 16 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม.เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก พ.ต.ต.ปิติพล พรหมแก้ว สว.สส.สน.ท่าข้าม ได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายขจรลาภ ซึ่งเป็นผู้เช่าห้องพักดังกล่าวมีพฤติการณ์ข้องเกี่ยวกับยาเสพติด นอกจากนี้ยังมียาบ้าซุกซ่อนอยู่ในห้องพักจำนวนมาก จึงเร่งสั่งการให้ ร.ต.อ.เจษฎา จันทศรี รอง สว.สส.สน.ท่าข้าม นำกำลังไปดักซุ่มสังเกตพฤติกรรม บริเวณลานจอดรถของอาคารหอพักเนื่องจากหากรอเวลาเนิ่นนาน ยาเสพติด อาจถูกซุกซ่อน เคลื่อนย้าย หรือถูกทำลายไปก่อน กระทั่งพบตัวนายขจรลาภ เดินมาที่รถยนต์ของกลาง เจ้าหน้าที่เลยรีบแสดงตัวเข้าทำการตรวจสอบ เบื้องต้นนายขจรลาภยอมรับเองว่าเพิ่งเสพยาบ้ามาหมาดๆ และยินยอมให้ชุดจับกุมขึ้นไปตรวจสอบบนห้องพัก พบกล่องพัสดุขนาดใหญ่ของบริษัทเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง จำนวน 2 กล่อง ซุกซ่อนอยู่ในห้อง เมื่อเปิดกล่องทั้ง 2 ใบ ตรวจดูก็พบยาบ้าอยู่ภายในจำนวนหลายมัด นับได้รวม 400,000 เม็ด จึงคุมตัวนายขจรศักดิ์ไปสอบสวนที่ห้องปฏิบัติการฝ่ายสืบสวน สน.ท่าข้าม
จากการสอบสวน นายขจรลาภยอมรับว่า ปัจจุบันทำอาชีพขายเครื่องเสียงรถยนต์ ลำโพงรถยนต์ และอุปกรณ์ติดตั้งผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย แต่เงินไม่พอส่งไปเลี้ยงลูก 2 คน ที่ต่างจังหวัด ประกอบกับตัวเองติดยาบ้า กระทั่งมีคนรู้จักแนะนำให้รับงานขนส่งยาบ้าจากเอเยนต์ชื่อนายเล็ก (ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) สัญชาติพม่า ซึ่งจะสั่งการทางโทรศัพท์ให้ตนขับรถไปรับยาบ้าที่ถูกทิ้งไว้ริมถนนบริเวณตลาดไท จ.ปทุมธานี มาเก็บไว้ที่ห้องพัก เพื่อรอคำสั่งนำไปส่งต่อตามข้างทางอีกทอด โดยก่อนหน้านี้ตนทำมาแล้ว 1 ครั้ง รับค่าจ้างด้วยการโอนเงินเข้าบัญชีมา 100,000 บาท หากครั้งนี้ทำสำเร็จก็จะได้ค่าตอบแทนอีก 100,000 บาท แต่ดันมาถูกตำรวจรวบตัวได้เสียก่อน
เบื้องต้นชุดจับกุมจึงแจ้งข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” แก่ นายขจรลาภ ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม ดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนแนวทางการขยายผลจับกุมนายเล็ก เอเยนต์ชาวพม่า และผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดนั้น ทาง พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. และ พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดช รอง ผบช.น. จะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการให้ทราบในช่วงก่อนเที่ยงวันเดียวกันนี้ต่อไป

