ทส.เข้มกำกับท้องถิ่น ก่อสร้างฝายดักตะกอนก่อนทิ้งน้ำลงทะเลอ่าวนาง

20.03.19 | 14:47 น.

ทส.เข้มกำกับท้องถิ่น ก่อสร้างฝายดักตะกอนก่อนทิ้งน้ำลงทะเลอ่าวนาง

กรณีมีการเผยแพร่ภาพรถแม็คโครที่กำลังขุดปล่อยน้ำเสียลงทะเลอ่าวนาง จ.กระบี่ โดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอ้างว่าเป็นโครงการเร่งด่วนของจังหวัดกระบี่เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำเน่าในคลอง ซึ่งขัดแย้งกับหลักการบำบัดน้ำเสียที่ต้องผ่านกระบวนการคัดน้ำและใช้เครื่องบำบัดหรือเครื่องกรองน้ำก่อนการนำออกไปฝังกลบหรือปล่อยลงทะเล นั้น

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม นายโสภณ ทองดี ผู้ตรวจราชการกระทรวง ในฐานะโฆษกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ชี้แจงว่า ทส. ได้สั่งการให้สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 (จังหวัดภูเก็ต) สนธิกำลังร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด(ทสจ.)กระบี่ กอ.รมน.จังหวัดกระบี่ อบต.อ่าวนาง ผู้แทนสมาคมธุรกิจโรงแรมและประชาชนในพื้นที่ เดินทางลงพื้นที่เข้าตรวจสอบ พบคราบตะกอนของเสียสีดำไหลออกสู่ทะเลตามที่ปรากฏเป็นข่าวจริง และมีกลิ่นก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์

Advertisement

นายโสภณ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงทราบว่า ทางอบต.อ่าวนาง อยู่ระหว่างจัดทำโครงการก่อสร้างฝายดักตะกอนของเสียบริเวณปากคลองจาก ซึ่งเป็นคลองสาธารณะ ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 15 วัน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จสิ้นเดือนมีนาคม นี้ ซึ่งผู้รับจ้างได้เริ่มขุดลอกคลองเมื่อวันที่ 18 มีนาคม แต่ไม่ได้กำหนดมาตรการป้องกันการฟุ้งกระจายของตะกอนของเสียสีดำไม่ให้ไหลลงสู่ทะเล ทั้งนี้ จากการประเมินผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในเบื้องต้น ของเสียดังกล่าวที่ไหลลงสู่ทะเลจะส่งผลกระทบต่อทัศนียภาพของแนวชายหาดบริเวณปากคลอง แต่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อหน้าหาดในบริเวณกว้าง สำหรับทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในบริเวณดังกล่าว ยังไม่พบแนวปะการัง หญ้าทะเล หรือทรัพยากรอื่นใดได้รับความเสียหาย

โฆษกทส. กล่าวว่า ในช่วงการขุดลอกคลองดังกล่าวได้ให้อบต.อ่าวนาง ติดตั้งฝายดักตะกอน บริเวณปากคลองจาก เพื่อลดการระบายน้ำเสียและตะกอนของเสียสีดำที่จะไหลลงสู่ทะเลอ่าวนาง ซึ่งได้ดำเนินการโดยใช้กล่องแกร์เบียนบรรจุหินและทรายพร้อมขุยมะพร้าวเพื่อกั้นกรองน้ำจากคลองจากที่จะไหลลงสู่ทะเลเรียบร้อยแล้ว สภาพน้ำที่ไหลลงทะเลมีสภาพสีตามธรรมชาติปกติ และหลังจากการขุดลอกคลองแล้วเสร็จให้ดำเนินการจัดทำฝายในคลองจากจำนวน 4 ช่วง พร้อมให้กำหนดมาตรการบำบัดน้ำเสียในคลอง เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำเสียที่เกิดขึ้นอีก นอกจากนี้ ทางจังหวัดกระบี่จะได้จัดสรรงบประมาณเร่งด่วน ในการปรับปรุงประสิทธิภาพระบบบำบัดน้ำเสียคลองจาก ขนาด 600 ลบ.ม./วัน เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำเสียบริเวณคลองจาก ก่อนระบายลงสู่ทะเล และสำหรับมาตรการในระยะยาว อบต.อ่าวนาง จะขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียรวมขนาด 4,500 ลบ.ม./วัน ภายใต้แผนปฏิบัติการคุณภาพสิ่งแวดล้อมระดับจังหวัด ประจำปีงบประมาณ 2564 เพื่อบริหารจัดการน้ำเสียในพื้นที่ในภาพรวมให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป

นายโสภณ กล่าวว่า นอกจากนี้ทส. ได้เสนอแนะให้ใช้จุลินทรีย์ประสิทธิภาพสูงในฝายกั้นดักตะกอนเพื่อกำจัดกลิ่นเหม็นของน้ำเสียและใช้ระบบบำบัดน้ำเสียแบบเคลื่อนที่ในระยะ 1-2 เดือน และให้จังหวัดกระบี่จัดตั้งคณะทำงานตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายตามคำสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เพื่อดำเนินการตรวจสอบสถานประกอบการโรงแรม พื้นทื่ ต.อ่าวนาง พื้นที่เกาะพีพี พื้นที่เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ โดยอำนาจตามพ.ร.บ.รักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 และพ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ.2547 โดยเคร่งครัด