เมื่อวันที่ 21 มีนาคม พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม.ในฐานะรองผอ.ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปฉช.ตร.) พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.ปภัชเดช เกตุพันธ์ ผบก.สส.ภ.3 ,พล.ต.ต พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ การดี ผบก.ตม.4 นายพีระพัฒน์ อิงพงษ์พันธ์ เลขานุการกรม สำนักงานปปง. สนธิกำลัง ร่วมกับ ศปอส.ตร. และศปฉช.ตร. ตำรวจจบช.ภ.4 บช.ภ.3 ปูพรมตรวจค้น 15 จุด ในพื้นที่จ.ขอนแก่น และจ.บุรีรัมย์ ตามยุทธการ ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองให้น่าอยู่ ทวงคืนความเป็นธรรมให้ลูกหนี้เงินกู้นอกระบบ และประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการฉ้อโกงประชาชน

โดยในส่วนพื้นที่จ.บุรีรัมย์ ปิดล้อมตรวจค้น 9 จุด ในอ.เมือง อ.สตึก นำหมายจับศาลจังหวัดบุรีรัมย์ เข้าจับกุมนายเหลา ชื่นรัมย์ อายุ 71 ปี นายปิด ใหญ่รัมย์ อายุ 67 ปี นายบุญมี บุตรสีตะราช อายุ 69 ปี นายกี่ ศิริสุข อายุ 73 ปี นายอุดม พวงธรรม อายุ 62 ปี น.ส.ช่อผกา กุสิรัมย์ อายุ42 ปี นายเกษม ไพเราะ อายุ 67 ปี น.ส.จิรนุช เสนาบุญ อายุ 36 ปี และนายอุทัย ยีรัมย์ อายุ 46 ปี ทั้งหมดเป็นกรรมการสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สหกรณ์การเกษตรสตึก ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันยักยอกทรัพย์,ร่วมกันดำเนินกิจการฌาปนกิจสงเคราะห์โดยมิได้จดทะเบียนเป็นสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ หรือขึ้นทะเบียนฌาปนกิจสงเคราะห์ ,ร่วมกันดำเนินการการฌาปนกิจสงเคราะห์โดยฝ่าฝืนกฎหมาย ” พร้อมยึดอายัดทรัพย์สิน ประกอบไปด้วย บ้านพร้อมที่ดิน 10 หลัง ,รถยนต์ 7 คัน ,รถจักรยานยนต์ 2 คัน, อาวุธปืน 2 กระบอก และเงินสด 4แสนบาท รวมมูลค่า 35.6 ล้านบาท

นอกจากนี้กำลังอีกส่วนได้เข้ายึดอายัดทรัพย์นายทุนเงินกู้ในพื้นที่อ.พล จ.ขอนแก่น รวม 6 จุด 5 เครือข่าย ตรวจยึดโฉนดที่ดิน จำนวน 272 ฉบับ มูลค่า 396 ล้านบาท เนื้อที่ 1,631 ไร่ 52 ตร.วา. ขณะเดียวกันได้ดำเนินการเจรจาไกล่เกลี่ยให้กับประชาชนในพื้นที่อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ที่ได้รับความเสียหาย จากกรณีถูกเต้นท์รถสมบูรณ์ยนตรการ และหจก.นิ่มนวลยนตรการ ฉ้อโกงไป โดยเบื้องต้นได้เจรจาไกล่เกลี่ยกับผู้ต้องหาเพื่อช่วยเหลือเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้เสียหายจากกรณีดังกล่าวทั้งสิ้น 133 ราย ดำเนินการเจรา 60 ราย ดำเนินการเสร็จสิ้น 33 ราย โดยนางนิ่มนวล สีสันงาม หุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนนิ่มนวลยนตรการ มีความประสงค์ที่จะชดใช้เงินให้กับกลุ่มผู้เสียหาย เป็นเงินจำนวน 3,755,308 บาท และรถยนต์จำนวน 18 คัน และอยู่ระหว่างการดำเนินการเจรจาต่ออีก 30 ราย เพื่อเยียวยาให้แก่ผู้เสียหายที่เหลือต่อไป



