เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม น.ส.ปวีณา ปั้นกระจ่าง นักวิจัยศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) กล่าวว่า จากผลการสำรวจในปี 2558 ที่ทำร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัด 10 จังหวัดในเขตอำเภอเมืองที่ครอบคลุมทั้ง 4 ภาคด้วยการสุ่มจากทุกอำเภอทั้งจังหวัด พบว่า ร้านโชห่วย 1,337 ร้านที่ขายปลีกบุหรี่ซิกาแรต เฉลี่ยขายบุหรี่ซิกาแรตของโรงงานยาสูบ 133 ซอง และบุหรี่ต่างประเทศ 128 ซองต่อเดือน รวมบุหรี่ซิกาแรตที่ขายทั้งหมด 261 ซองต่อร้านโชห่วย ต่อเดือน
ทพญ.ศิริวรรณ พิทยรังสฤษฎ์ ผู้อำนวยการ ศจย.กล่าวว่า ตามที่สมาคมการค้ายาสูบที่สนับสนุนโดยบริษัทบุหรี่ข้ามชาติแสดงความกังวลว่า ร่าง พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. … ที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของรัฐบาล จะส่งผลกระทบต่อร้านค้าปลีกโชห่วยอย่างรุนแรงนั้น จากข้อมูลการสำรวจข้างต้น หากตั้งสมมุติฐานว่า ร่าง พ.ร.บ.ฯ เมื่อผ่านออกมาเป็นกฎหมายและทำให้ยอดจำหน่ายบุหรี่ซิกาแรตลดลงร้อยละ 5-10 จะทำให้จำนวนบุหรี่ที่ขายลดลง 13 หรือ 26 ซองต่อร้านต่อเดือนตามลำดับ และจากข้อเท็จจริงที่โดยเฉลี่ย บุหรี่ที่ขายปลีกแต่ละซองมีส่วนต่างกำไรให้ร้านโชห่วยซองละ 4 บาท
“ดังนั้นกำไรต่อเดือนจากการขายบุหรี่ต่อร้านโชห่วยจะเท่ากับ 1,044 บาท หากยอดขายลดลงร้อยละ 5 กำไรจะลดลง 52 บาทต่อเดือน และหากยอดขายลดลงร้อยละ 10 กำไรจะลดลง 104 บาทต่อเดือน ซึ่งเมื่อพิจารณาตามนี้ ความกังวลและการออกมาคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบของสมาคมการค้ายาสูบไทย ที่ว่าจะทำให้ร้านค้าโชห่วยเดือดร้อนหนัก จึงเป็นข้ออ้างที่ไม่สามารถหาเหตุผลมาอธิบายได้” ทพญ.ศิริวรรณ กล่าว
น.ส.ศรัณญา เบญจกุล คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า แม้การควบคุมยาสูบที่ผ่านมาจะทำให้อัตราการสูบบุหรี่ของคนไทยลดลงจาก 12.2 เหลือ 11.4 ล้านคน ในช่วงเวลา 25 ปี แต่จำนวนยอดขายบุหรี่ซิกาแรตไม่ได้เปลี่ยนแปลงอยู่ที่ปีละประมาณ 2,000 ล้านซอง จึงเป็นไปได้น้อยมากที่ร่าง พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบฉบับใหม่ จะทำให้ยอดขายบุหรี่ซิกาแรตลดลง ร้านค้าโชห่วยจึงไม่ต้องกังวล

