“ไทยแพน” จ่อยื่นศาลปกครอง ขอสืบต้นตอผักปนเปื้อน หาหน่วยงานรับผิดชอบ

19.05.16 | 16:33 น.
น.ส.กิ่งกร นรินทรกุล ณ อยุธยา, น.ส.ปรกชล อู๋ทรัพย์

จากกรณีเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช หรือไทยแพน (Thai-PAN:Thailand Pesticide Alert Network)  แถลงข่าวผลการสุ่มสำรวจสารปนเปื้อนในผักและผลไม้จำนวน 138 ตัวอย่างเมื่อช่วงต้นปี 2559 โดยสุ่มตรวจผัก 10 ชนิด และผลไม้ 6 ชนิด มีทั้งในตลาดสด และในห้างโมเดิร์นเทรด โดยวิเคราะห์ส่งห้องปฏิบัติการต่างประเทศ พบสารตกค้างกว่า 450 ชนิดถึงร้อยละ 46 จนเกิดคำถามจากหน่วยงานราชการว่า การตรวจดังกล่าวเป็นไปตามเกณฑ์และมีจำนวนมากพอหรือไม่นั้น

เมื่อวันที่  19 พฤษภาคม ที่มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน(ประเทศไทย) น.ส.กิ่งกร นรินทรกุล ณ อยุธยา ตัวแทนโครงการกินเปลี่ยนโลก หนึ่งในไทยแพน  แถลงข่าว “ยื่นฟ้องศาลปกครองหลังกรณีปัญหาตรวจพบผักผลไม้ปนเปื้อน” ว่า จากการดำเนินการตรวจสอบสารเคมีตกค้างในผักและผลไม้มาตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่าน ชี้ให้เห็นถึงปัญหาเรื่องความไม่ปลอดภัยในอาหารให้สังคมได้รับรู้  หลายหน่วยงาน รวมทั้งตำรวจแนะนำว่า ควรกล่าวโทษร้องทุกข์ เพื่อหาคนผิดมาลงโทษตามกฎหมาย  แต่ตนเห็นว่าไม่ควรจะแก้ไขปัญหาเป็นรายกรณีๆแบบนี้ แต่เป็นปัญหาในเชิงระบบ อย่างน้อยให้สารเคมีอันตรายหมดไปจากอาหารบริโภคน่าจะดีกว่า

“ล่าสุดจากผลสำรวจที่ผ่านมานั้น รู้สึกผิดหวังกับท่าทีของหัวหน้าหน่วยงานราชการที่กล่าวหาเครือข่ายฯ  ว่า ตรวจผักผลไม้ตามเทศกาลเพื่อสร้างกระแสหวังรับเงินจากต่างชาติ แต่คงไม่ฟ้องร้องหมิ่นประมาทใดๆกลับ เพราะคิดว่าไม่เป็นประโยชน์กับใคร แต่เลือกวิธีการฟ้องศาลปกครองให้สามารถนำสืบเพื่อหาช่องโหว่ และความไร้ประสิทธิภาพของระบบว่า อยู่ที่ตรงไหน จะเป็นประโยชน์มากกว่า”น.ส.กิ่งกร กล่าว

ด้าน น.ส.ปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้ประสานงานไทยแพน แถลงว่า ไทยแพนได้รับความคืบหน้าจากห้างร้านต่างๆว่าได้มีการตรวจสอบย้อนกลับไปยังแปลงและบางห้างทราบแล้วว่า ปัญหาอยู่ที่ตรงไหน ตลอดระยะเวลา 3ปีที่ผ่านมา ไทยแพนพบสารเคมีเกินค่ามาตรฐานตกค้างในสินค้าที่แสดงเครื่องหมายคิว มาโดยตลอด ซึ่งหน่วยงานควบคุมตรงนี้ควรมีมาตราการที่ชัดเจน   ขณะนี้ไทยแพนกำลังดำเนินการเตรียมคำฟ้องต่อศาลปกครอง โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์กรและเครือข่ายผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบ และนักกฎหมายอิสระที่ประสงค์จะสร้างบรรทัดฐานการทำงานเกี่ยวกับความปลอดภัยในอาหารของหน่วยงานราชการ ทั้งนี้โดยคาดว่าจะสามารถยื่นฟ้องต่อศาลปกครองภายในเดือนพฤษภาคม