ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ร่วมกับทางอย.เข้าจับกุมกลุ่มนายทุนที่ลักลอบนำยาลดความอ้วนออกมาจำหน่ายจากสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาตตามขั้นตอนของ อย. ต่อมาขยายผลพบว่า แพทย์ 2 ราย ได้มีส่วนร่วมกับกลุ่มทุนในการเบิกจ่ายยาดังกล่าว โดยตำรวจได้สอบปากคำแพทย์อื่นๆ รวมทั้งหมด 13 ราย ในฐานะพยานไปแล้ว พร้อมได้ออกหมายเรียกตัวแพทย์ทั้งสองรายเป็นครั้งที่ 2 ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปนั้น
เมื่อเวลา 13.30น. วันที่ 25 มีนาคม ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บช.ปส.)
สองแพทย์ประจำคลีนิกเสริมความงามชื่อดังซึ่งเป็นพญ.และนพ.ได้เดินทางเข้าพนักงานสอบสวน บช.ปส.โดยนายสุนทร ชูแก้ว ทนายความของแพทย์ทั้งสองราย กล่าวภายหลังร่วมรับฟังการสอบปากคำเสร็จเรียบร้อยว่า เบื้องต้น ลูกความได้ปฏิเสธความผิดในชั้นสอบสวน โดยทีมทนายความได้เตรียมหลักทรัพย์เป็นเงินสดรายละ 300,000 บาท เพื่อขอประกันตัวในชั้นศาล เนื่องจากแพทย์ทั้งสองรายไม่ทราบว่า จะมีการจัดชุดยาออกมาจำหน่ายตามความผิดที่ปรากฎ ซึ่งปกติแล้ว ตัวยาชนิดนี้ไม่ผิดกฎหมายตามตำรับยาอยู่แล้ว
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันสมคบการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด” ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ปี 2534 ก่อนส่งตัวฝากขังศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ต่อไป
ด้าน พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. กล่าวว่า จากคำให้การของผู้ต้องหาทั้งสองรายได้ปฏิเสธความผิดในชั้นสอบสวน โดยพนักงานสอบสวนได้คัดค้านประกันตัวไว้ก่อนเนื่องจากเป็นการกระทำที่มีอัตราโทษหนัก ซึ่งขณะนี้ ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม แต่อย่างไรก็ตาม เร็วๆ นี้จะมีการออกหมายเรียกตัวการที่ประสานงานระหว่างแพทย์และนายทุนในการลักลอบนำยาออกมาจำหน่ายนอกระบบอีก 1 ราย เพื่อเข้าสอบปากคำต่อไป
ทั้งนี้ พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวต่อว่า ตามจรรยาบรรณแพทย์ควรจะทราบดีว่า ยาประเภทนี้มีอันตราย ซึ่งหากนำออกมาจ่ายให้กับผู้ป่วยอย่างไม่ถูกต้องก็อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ จะมาอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ ส่วนจะมีชาวต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้องกับการลอบจำหน่ายด้วยหรือไม่นั้น ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีเข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด


