เมื่อเวลา 10.0น. วันที่ 26 มีนาคม ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแหห่งชาติ(ศปก.ตร.) พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผู้ช่วยผบ.ตร.) ประชุมผ่านระบบวิดิโอคอนเฟอร์เร้นซ์ไปยังตำรวจภูธรภาค 1-9 เตรียมพร้อมสนับสนุนการแก้ปัญหาภัยแล้ง หลังมีการคาดการณ์สภาวะอากาศประเทศไทยในช่วงฤดูร้อนปีนี้ บางพื้นที่อาจมีสภาวะแห้งแล้งรุนแรง และปัจจุบัน มีการประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน หรือภัยแล้ง แล้ว 3 จังหวัด คือ อำเภอเมืองสรวง อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอเมืองจันทร์ อำเภอขุขันธ์ และอำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ อำเภอเมืองตราด อำเภอเขาสมิง และอำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด
ผู้ช่วยผบ.ตร.กล่าวว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงห่วงใยทุกข์สุขของพสกนิกรชาวไทย ที่จะต้องเผชิญกับปัญหาสถานการณ์ ภัยแล้ง ปี 2562 จากการคาดการณ์สภาวะอากาศประเทศไทยในช่วงฤดูร้อนของปีนี้ บางพื้นที่จะมีสภาวะความแห้งแล้งที่รุนแรงมากขึ้น อุณหภูมิสูง ฝนน้อยกว่าที่ควรจะเป็น พื้นที่บางส่วนมีความเสี่ยงที่จะเกิดภัยแล้งโดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน และมีความเสี่ยงที่จะเกิดพายุฤดูร้อนรุนแรงกว่าปกติ สภาพอากาศจะเป็นในลักษณะดังกล่าวไปจนถึงช่วงเข้าสู่ฤดูฝน กลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งในปัจจุบันได้มีการประกาศเขต ภัยแล้งแล้ว 3 จังหวัด
“พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถือว่าเป็นความจำเป็นเร่งด่วน ในการน้อมนำพระราชดำรัสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยทุกข์สุขของพวกนิกรชาวไทย ที่จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ภัยแล้ง จึงมอบให้ตำรวจตระเวนชายแดน เป็นเจ้าภาพหลักในการสนับสนุนตำรวจพื้นที่ ช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยเตรียมกำลังเบื้องต้น 1,476 นาย อากาศยาน 20 ลำ รถทุกน้ำ 77 คัน เน้นรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ประสบภัย ป้องกันการก่อเหตุอาชญากรรมซ้ำเติมประชาชน ทั้งการโจรกรรมเครื่องมือ-อุปกรณ์ทางการเกษตร, การกักตุนหรือโก่งราคาสินค้า ด้วยการควบคุมบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ส่วนกรณีที่อาจมีบริษัทเอกชน ฉวยโอกาสสูบน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ นำไปจำหน่ายให้กับประชาชน หากประชาชนพบเห็น สามารถแจ้งตำรวจได้ทันที” พล.ต.ท.ปิยะ กล่าว
ผู้ช่วยผบ.ตร.กล่าวว่า นอกจากนี้ ให้ตำรวจทุกพื้นที่ ประสานสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดและหน่วยที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์ภัยแล้งอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดอาสาสมัครเตือนภัยประจำชุมชน รณรงค์สร้างการรับรู้และเตรียมรับสถานการณ์ และจัดตำรวจร่วมกับจิตอาสา ออกช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยแล้งตามที่ได้รับการร้องขอ อาทิ จิตอาสาขุดบ่อ หนองบึงขนาดเล็กในหมู่บ้าน การดูแลคลองส่งน้ำขนาดเล็ก ซึ่งมักไม่ได้รับการดูแล

