เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 27 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีมีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์มากับครอบครัวแล้วเจอจุดตรวจจุดสกัดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในพื้นที่ สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี จากนั้นผู้ขับขี่ได้กลับรถหลบหนีเพื่อไม่ผ่านเข้ามายังบริเวณจุดตรวจจุดสกัด แล้วมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอาสามาทำการดักสกัด ใช้ไม้ตี ทำให้มีเด็กที่นั่งซ้อนท้ายรถจักรยายนต์มาด้วยได้รับบาดเจ็บ จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างแพร่หลายในโลกโซเชียลว่า ได้รับรายงานจาก สภ.หนองปรือ ภ.จว.ชลบุรี ว่าเมื่อวันที่ 26 มีนาคม เวลาประมาณ 21.35 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจงานป้องกันปราบปราม ได้เรียกกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และตำรวจอาสา เพื่อตั้งจุดตรวจจุดสกัด ในการป้องกันเหตุและอาชญากรรม บริเวณซอยเขาตาโล 9 หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ระหว่างที่กำลังจะตั้งจุดตรวจจุดสกัดอยู่นั้น ได้มีนายศิวา นิลขำ อายุ 28 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์มาถึงบริเวณจุดตรวจจุดสกัด โดยมี น.ส.กัลยา ตมกลาง อายุ 25 ปี และบุตรชายวัย 2 ขวบ นั่งโดยสารมาด้วย
“เมื่อนายศิวาเห็นจุดตรวจจุดสกัดได้เลี้ยวรถกลับ เพื่อที่จะหลบหนี ซึ่งมีนายจักรภพ บุญรอด อายุ 23 ปี ตร.อาสา สภ.หนองปรือยืนอยู่บริเวณดังกล่าว จึงได้เรียกให้หยุด แต่นายศิวาไม่ยอมหยุดและเร่งความเร็วเพื่อหลบหนี นายจักรภพจึงได้หยิบไม้ที่วางอยู่บริเวณข้างทางออกมาเพื่อกันไว้ แต่นายศิวาผู้ขับขี่ได้ก้มตัวหลบ เป็นเหตุให้ไม้ตวัดไปโดนศีรษะ ด.ช.ศิลา ซึ่งนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้าย ได้รับบาดเจ็บเป็นแผลแตกบริเวณหางคิ้วขวา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รีบพาตัว ด.ช.ศิลา ซึ่งได้รับบาดเจ็บ พร้อมด้วย น.ส.กัลยานำส่ง โรงพยาบาลบางละมุง ตำรวจได้พา ด.ช.ศิลา ไปทำการรักษาที่โรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และพา น.ส.กัลยา มารดามาพบพนักงานสอบสวนในกรณีที่บุตรชายได้รับบาดเจ็บ โดยพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์และดำเนินตามขั้นตอนของกฎหมายแล้ว อีกทั้งในส่วนของนายศิวาผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์นั้น ตำรวจได้ติดต่อเพื่อให้มาพบแต่นายศิวา บ่ายเบี่ยงไม่ยอมมาพบแต่อย่างใด โดยในวันนี้พนักงานสอบสวนได้นัดหมายเพื่อมาทำการสอบสวนปากคำเพื่อประกอบคดี” รองโฆษก ตร.กล่าว
พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า ขณะนี้ พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง ผกก.สภ.หนองปรือ ได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่เกิดขึ้นแล้ว โดยให้คณะกรรมการดำเนินการด้วยความรวดเร็ว และเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากพบว่ามีความผิดก็จะดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญาตามกฎหมายต่อไป ส่วนของคดีที่บุตรชาย 2 ขวบได้รับบาดเจ็บ พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน รอผลตรวจจากแพทย์ และที่เกี่ยวข้องมาประกอบคดี โดยจะดำเนินการสืบสวนสอบด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
“จากการตรวจสอบในเบื้องต้นตำรวจมีการตั้งจุดตรวจจุดสกัดตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา เป็นไปตามแผนการปฏิบัติและวงรอบเพื่อป้องกันเหตุและอาชญากรรมในพื้นที่ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจอาสานั้นก็ได้รับการแต่งตั้งและมีใบอนุญาตจาก สภ.หนองปรือ แต่อย่างไรก็ตามเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและตอบคำถามสังคมได้นั้น สภ.หนองปรือ ก็มีการตั้งคณะกรรมสืบสวนตรวจสอบขึ้นแล้ว หากผลการสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่ามีข้อบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่หรือเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ ก็จะดำเนินการทั้งทางอาญาและทางวินัยอย่างเด็ดขาดอยู่แล้ว ในส่วนของคดีที่มารดาของเด็กที่ได้รับความเสียหายนั้น พนักงานสอบสวนเองก็จะเร่งรัดรวบรวมพยานหลักฐานและนำผลการตรวจจากแพทย์มาประกอบคดี สอบสวนปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง และจะทำการสวนสอบสวนด้วยความโปร่งใส รวดเร็ว และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับกองบัญชาการทุกภาคส่วนมาโดยตลอด ให้กำกับ ดูแล ผู้ใต้บังคับบัญชาในการปฏิบัติหน้าที่ให้คำนึงถึงหลักยุทธวิธีและความปลอดภัย ทั้งของตัวเจ้าหน้าที่เอง และประชาชนผู้ที่สัญจรผ่านมาบริเวณจุดตรวจจุดสกัด สถานที่ ไฟส่องสว่างในเวลากลางคืน อุปกรณ์สะท้อนแสง พร้อมให้ผู้บังคับบัญชา คอยสอดส่อง ดูแล การปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่ประพฤติปฏิบัติตนเหลื่อมล้ำกับกฎหมาย โดยหากพบว่าตำรวจ หรือผู้ช่วยเจ้าพนักงานของตำรวจ เป็นผู้กระทำความผิดเสียเองและสร้างความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชน ผบ.ตร.รับไม่ได้ ต้องเอาผิดให้ถึงที่สุดทั้งทางวินัยและทางอาญา อย่างเด็ดขาด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนในการอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนอย่างแท้จริง” พ.ต.อ.กฤษณะกล่าว

