ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม น.ส.สุทธิลักษณ์ ระวิวรรณ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ลงนามคำสั่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ 443/2559 เรื่องมาตรการ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการระงับความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง บริเวณพื้นที่เกาะไข่นอก เกาะไข่นุ้ย และเกาะไข่ใน อ.เกาะยาว จ.พังงา ทั้งนี้คำสั่งดังกล่าวมีทั้งสิ้น 12 ข้อ โดยมีใจความสำคัญ 1.ห้ามจอดเรือโดยการทิ้งสมอบริเวณพื้นที่เกาะไข่นอก เกาะไข่นุ้ย และเกาะไข่ใน อ.เกาะยาว จ.พังงา เว้นแต่จอดเรือในบริเวณพื้นที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งกำหนดเท่านั้น 2.ห้ามเล่นเครื่องเล่นกีฬาทางน้ำทุกชนิด อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 3.ห้ามค้นหา ล่อ จับ ได้มา เก็บสัตว์น้ำหรือการกระทำใดๆ ที่มีจุดหมายเพื่อล่อ จับ ได้มา หรือเก็บสัตว์น้ำ หรือให้อาหารสัตว์น้ำ 4.ห้ามกระทำการก่นสร้าง ยึดถือ ครอบครอง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 5.ห้ามทิ้งขยะมูลฝอย สิ่งปฎิกูล ของเสีย น้ำเสีย หรือสิ่งอื่นใดที่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
6.บุคคล หรือผู้ประกอบกิจการท่องเที่ยวดำน้ำตื้น จะต้องไม่กระทำการใดๆ อันเป็นการก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 7.ผู้ประกอบกิจการท่องเที่ยวดำน้ำลึก ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากสำนักทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ และจะต้องปฎิบัติเงื่อนไขและหลักการของสถาบันการเรียนการสอนดำน้ำสากล 8.บุุคคลใด หรือนิติบุคคลใด หรือผู้ประกอบกิจการใด ซึ่งเป็นเจ้าของเรือหรือยานพาหนะใด ที่ใช้ในการเข้าหรือออกบริเวณเกาะไข่นอก เกาะไข่นุ้ย และเกาะไข่ใน ให้ไปจดแจ้งทะเบียนเรือ หรือยานพาหนะ นั้น ณ ที่ทำการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ 6 (จ.ภูเก็ต) ภายใน 30 วัน นับแต่คำสั่งนี้มีผลบังคับใช้ 9.ผู้ใดฝ่าฝืนข้อห้ามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถือเป็นครั้งแรกที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ใช้อำนาจตามมาตรา 17 ประกอบมาตรา 3 และมาตรา 27 พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ.2558 ประกอบมาตรา 32 พ.ร.บ.ระเบียบบริหาราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 ออกคำสั่งดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่า ปัจจุบันการใช้ประโยชน์ทางทะเล หลายกิจกรรมเป็นภัยคุกคามต่อสถานภาพของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มีการทิ้งสมอเรือบริเวณแนวปะการัง มีการบุกรุก ยึดถือ ครอบครองพื้นที่เกาะไข่นอก เกาะไข่นุ้ย และเกาะไข่ใน เป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบในเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยเฉพาะการทำลายแนวปะการังซึ่งเป็นทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง หากปล่อยให้เนิ่นช้าจะทำให้ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเกิดความเสียหายเพิ่มขึ้น และอาจจะไม่สามารถฟื้นฟูให้กลับคืนสู่สภาพเดิมได้ ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อการท่องเที่ยวที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจภายในพื้นที่และในภาพรวมของประเทศ

