เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 27 มีนาคม น.ส.อรอุมา หนูปทุม อายุ 36 ปี ชาว จ.พัทลุง น้องสาวของนายอัชฌา หนูปทุม หรือขิก อายุ 38 ปี ชาว จ.พัทลุง ลูกจ้างร้านพหลค้าวัสดุก่อสร้าง ที่พบเป็นศพถูกฆ่ายัดถังโบกปูนฝังดินอยู่ที่บริเวณหลังร้านอาหารพหลวิว และพหลฟู้ด แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีและให้ทางกองปราบช่วยติดตามจับกุมตัวคนร้ายที่ฆ่าพี่ชายตนเองมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
กล่าวว่า หลังทราบข่าวแล้วรู้สึกตกใจมาก เพราะไม่คิดว่า คนบ้านเดียวกันจะทำกันได้ลงคอ ซึ่งเมื่อวันที่6 มีนาคมที่ผ่านมา พยายามคิดต่อไปหานายอัชฌาพี่ชาย แต่ติดต่อไม่ได้ จึงผิดสังเกต เพราะพี่ชายจะโทรศัพท์มาหาลูกชายทุกวัน กระทั่งพยายามติดต่อไปยังนายประยูน แก้วพยศ ญาติที่พาพี่ชายมาทำงานด้วย แต่ได้คำตอบว่าพี่ชายยุ่ง จึงไม่สามารถรับโทรศัพท์ได้ ทำให้รู้สึกเอะใจ และขอร้องให้นายประยูนแจ้งความกับตำรวจในวันที่ 10 มีนาคม
น.ส.อรอุมา กล่าวต่อว่า ตั้งแต่พี่ชายหายไป ก็สงสัยว่านายประยูนอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้อง เนื่องจากไม่มีคนรู้จักที่กรุงเทพ และไม่มีนิสัยก้าวร้าวอันธพาล จึงมั่นใจว่าไม่ได้ขัดแย้งกับใคร แต่พี่ชายเคยเล่าให้ฟังว่าพี่ชายชอบผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งตนเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวของพี่ชาย ประกอบกับคนใกล้ชิดเคยมาพูดให้ฟังว่าผู้หญิงคนดังกล่าวเป็นคนเดียวกันกับที่นายประยูนชอบอีกด้วย จึงคาดว่าน่าจะเป็นสาเหตุนี้ที่ทำให้เกิดเรื่องขึ้น
ด้าน พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการปราบปราม(ผบก.ป.) กล่าวว่า ตอนนี้มั่นใจว่าหลักฐานที่มีสามารถขอศาลออกหมายจับในข้อหา “ร่วมกันฆ่าโดยเจตนา” และ “ซ่อนเร้นอำพรางศพ” ต่อนายประยูน และลูกน้องที่ร้านวัสดุก่อสร้างอีกรายที่ช่วยก่อเหตุได้ ขณะเดียวกันชุดสืบสวนอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวทั้งคู่ เชื่อยังหลบหนีอยู่ในประเทศ แต่ก็ได้ประสานไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) เพื่อป้องกันการหลบหนีออกนอกประเทศ ส่วนจุดที่ก่อเหตุฆาตกรรมคาดว่า เกิดขึ้นภายในร้านวัสดุก่อสร้าง ก่อนนำศพไปฝังอำพรางที่ลานดินหลังร้านอาหารที่ห่างออกไปเพียง 1 กิโลเมตร
พล.ต.ต.จิรภพ กล่าวว่า มีพยานแวดล้อมให้ข้อมูลว่า เจ้าของร้านอาหารที่เป็นจุดฝังศพเข้ามาขอดูจากกล้องวงจรปิด แต่พยานคนดังกล่าวไม่ได้เปิดให้ดู ซึ่งจะนำเรื่องนี้ไปตรวจสอบอีกครั้ง

