เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.)พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. ,พ.ต.ท.ณัทกฤช น้อยคำปัน,พ.ต.ท.สมบัติ มีมงคล,พ.ต.ท.วิศิษฐ์ พลบม่วง,พ.ต.ท.วิญญู แจ่มใส รอง ผกก.2 บก.ป. และ พ.ต.ต.กษิดิ์เดช เจริญลาภ สว.กก.2 บก.ป. ร่วมจับกุมนายอนันตพล หรือต้น ทองวิเชียร อายุ 45 ปี ชาวกรุงเทพฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 213/2558 ลง 10 เม.ย.2558 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์โดยร่วมกันกระทำผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป” โดยจับกุมได้บริเวณภายในซอยกรุงเทพ-นนทบุรี 48 ถ.กรุงเทพ-นนทบุรี แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ เมื่อวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากตำรวจกองปราบปรามได้แจ้งจาก น.ส.เอ(นามสมมุติ) ว่าให้ช่วยติดตามรถยนต์ ซึ่งถูกนายต้น ทหารประจำอยู่จังหวัดนนทบุรี เอาไป โดยอ้างกับ น.ส.เอ ว่าจะนำรถยนต์ไปซ่อมและเอาไปขายเพื่อออกรถยนต์คันใหม่ให้ ซึ่งได้ถอดแหวนเพชรของ น.ส.เอ ไปด้วย ต่อมา น.ส.เอ ไม่ต้องการขายและไม่ต้องการรถยนต์คันใหม่ จึงขอรถคืน แต่นายต้นบ่ายเบี่ยง และหากต้องการรถยนต์คืนต้องโอนเงินจำนวน 30,000 บาท ให้ถ้าไม่โอนเงินจะไม่ให้รถคืน น.ส.เอ จึงเชื่อว่าน่าจะถูกหลอก และเกรงว่ารถยนต์จะถูกลักไป จึงมาให้ตำรวจกองปราบช่วยติดตาม
ต่อมา ตำรวจกองปราบปรามสืบทราบว่าชื่อจริงของนายต้น คือ นายอนันตพล ทองวิเชียร มีหมายจับติดตัวและเคยถูกจับติดคุก 2 ครั้ง เมื่อปี 2545 และ 2560 ซึ่งหลบมาอยู่ในที่จับกุมได้ดังกล่าว จึงนำกำลังเข้าจับกุม ตรวจสอบพบตั๋วจำนำแหวนเพชรอยู่ในกระเป๋าสตางค์ของนายต้น
ต่อมาคนร้ายให้การรับสารภาพว่า เป็นตั๋วจำนำแหวนเพชรของ น.ส.เอ จริง พร้อมพาตำรวจไปตรวจสอบรถของผู้เสียหายที่จอดใกล้กับบริเวณ จึงสารภาพว่าได้เอารถมาจาก น.ส.เอ จริง และได้รู้จักกันผ่านทางแอพพลิเคชั่นหาคู่ ซึ่งตนอ้างว่าเป็นทหารเนื่องจากเคยเป็นทหารกองประจำการแต่ถูกปลดออกมาแล้ว
จากการตรวจสอบของตำรวจพบว่าผู้ต้องหารายนี้มีหมายจับศาลแขวงนนทุบรี ที่ 96/2558 ลง 16 มี.ค.2558 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิด
ฐาน “ลักทรัพย์ผู้อื่น”และหมายจับศาลจังหวัดนครสวรรค์ ที่ 882/2559 ลง 15 ก.ค.2559 ซึ่งต้องหาว่ากระทำ
ความผิดฐาน “หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา,นำเข้าข้อมูลลามกสู่ระบบคอมพิวเตอร์”
ทั้งนี้ผู้ต้องหาอ้างว่า ก่อนจะถูกจับกุมกำลังจะเดินทางไปหาผู้หญิงที่ตนเองรู้จักผ่านทางแอพพลิเคชั่นหาคู่ โดยได้นัดไว้ที่โรงแรมตามสถานที่ต่างๆ อีก 3 แห่ง แต่ถูกตำรวจ กก.2 บก.ป. จับกุมก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจยังเชื่อว่ามีผู้เสียหายรายอื่นๆ ที่ถูกหลอกลวงในลักษณะดังกล่าวอีกจำนวนมาก เบื้องต้นนำตัวส่งสภ.สำโรงเหนือ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


