รองโฆษกอสส. ชี้กรณีอาสาหนองปรือไม่ฟาดเด็ก รอดูสำนวนตำรวจ ผิดจริงแนะฟ้องแพ่ง ตร.อาจต้องรับผิดชอบ

30.03.19 | 19:12 น.

“ผอ.โครงการพระดำริ อสส.” ชี้ กรณีตำรวจอาสาหนองปรือ ไม้ฟาดเด็กเข้าข่ายผิดฐานใดบ้าง ต้องดูสำนวนการสอบสวนก่อน สังคมต้องตั้งสติ หากผิดจริง เด็กเจ็บสาหัส ดำเนินคดีทั้งอาญา-เเพ่ง เรียกค่าเสียหายได้


เมื่อวันที่ 30 มีนาคม นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ในฐานะ ผ.อ.สำนักกิจการและโครงการในพระดำริพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา สำนักงานอัยการสูงสุดซึ่งทำโครงการยุติความรุนเเรงในสตรี เเละเด็ก ให้ความเห็นถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอาสาใน พื้นที่ สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี ร่วมตั้งด่านตรวจจุดสกัดของเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนใช้ไม้ตีสกัด ทำให้มีเด็กที่นั่งซ้อนท้ายรถจักรยายนต์มาด้วยได้รับบาดเจ็บว่า เรื่องนี้อยากฝากถึงผู้ปฏิบัติหน้าที่ควรต้องใช้ความระมัดระวัง กรณีนี้มีความเสียหายเกิดขึ้นกับเด็ก ซึ่งสังคมจะต้องดูเเลอยู่เเล้วในเรื่องความรุนเเรงเเก่เด็ก เราไม่สามารถที่จะห้ามไม่ให้นำเด็กขึ้นนั่งจักรยานยนต์ได้เนื่องจากบางคนไม่มีรถยนต์เเต่จำเป็นต้องพาลูกไปทำธุระ ไม่ว่าจะไปโรงเรียนหรือหาหมอในชีวิตประจำวัน เราต้องช่วยกันระวังหากพบว่ามีเด็กอยู่ตรงกลาง อย่างกรณีนี้ตามข่าวที่ปรากฎยิ่งถ้าเห็นว่ามีการกลับรถเเล้วพบว่ามีเด็กอยู่ยิ่งไม่ควรยกไม้ไปกั้นส่วนที่จะอ้างว่ามองเห็นเด็กหรือไม่อย่างไร ก็เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะต้องสอบหาความจริงเเละดำเนินการตามกฎหมาย

นายโกศลวัฒน์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องการดำเนินการเอาผิดอาญาผู้กระทำหรือการเรียกร้องค่าเสียหายจากการถูกละเมิดนั้นจะต้องดูข้อเท็จจริงจากการสอบสวนให้ชัดเจนเสียก่อน ในชั้นนี้เรายังไม่รู้ความจริงว่าเป็นการตีอย่างที่เป็นข่าวหรือเป็นการนำไม้มากั้นอย่างที่ผู้กระทำอ้าง เเต่ถ้าตั้งใจตีคนขับเเต่พลาดโดนเด็กก็จะเข้าข่ายเจตนาทำร้ายร่างกายได้ เรื่องนี้ยังต้องไปดูป.วิอาญาในเรื่องการจับกุมด้วยว่าเป็นอย่างไร พฤติกรรมสภาพเเวดล้อมที่เกิดเหตุมีการขัดขวางการจับกุมอย่างไรบ้างหรือไม่ เเล้วจึงมาดูว่าเข้าข่ายการกระทำผิดหรือไม่ จะชี้ชัดว่าใครผิดหรือไม่เเค่ไหนอย่างไรต้องผ่านการสอบสวนโดยละเอียด เเละก็ต้องดูด้วยว่าเด็กบาดเจ็บระดับไหน ถ้าเด็กเจ็บสาหัสโทษก็ต่างกัน เนื่องจากมีทั้งทำร้ายร่างกายธรรมดาเเละทำร้ายร่างกายสาหัสโทษจะหนักขึ้น เรื่องนี้จะดูได้จากใบเเพทย์

“อยากฝากพวกที่ไปเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานหรือตั้งด่านเวลาจะทำอะไรต้องระมัดระวัง มีสติต้องดูว่าถ้าเป็นเจ้าพนักงานจริงเขาจะตีหรือไม่ เเล้วเราเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน เราต้องไปกั้นหรือไปตีด้วยหรือไม่” ผอ.สำนักกิจการและโครงการในพระดำริฯ กล่าว

นาย โกศลวัฒน์ กล่าวว่า เรื่องนี้หากมีผลสอบสวนออกมาว่าเข้าข่ายกระทำความผิดจริงผู้เสียหายสามารถดำเนินคดีได้ทั้งทางเเพ่ง เเละทางอาญา โดยความเสียหายที่เกิดจากการละเมิดทางเเพ่งผู้กระทำผิดจะต้องรับผิดชอบ ส่วนผู้ร่วมรับผิดจะโยงไปถึงสำนักงานตำรวจเเห่งชาติหรือไม่ ต้องดูว่าผู้กระทำได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานถูกต้องหรือไม่ หรือเข้ามาทำหน้าที่ในฐานะอย่างไรซึ่งตนก็ไม่รู้ข้อมูลเเน่ชัดตรงนี้ชัดเจน ต้องดูข้อเท็จจริงว่าที่เกิดเหตุตำรวจมอบหมายให้ทำอะไร เเต่ปกติเวลามีการเรียกค่าเสียหายทางเเพ่งเขาจะเรียกทั้งผู้กระทำเเละผู้ควบคุม เเต่บางทีก็มีเหมือนกันที่เจ้าพนักงานไม่ได้มอบอำนาจหรือมอบหมายให้เเต่ มีการกระทำคือไปทำเองเหมือนที่เป็นข่าวว่าด่านในต่างจังหวัดที่มีการนำปืนไปยิง หรือด่านที่เคยเป็นปัญหาอื่น เรื่องนี้อย่างไรก็ตามต้อวพิจารณาถึงข้อเท็จจริงให้ดีก่อนสังคมต้องมีสติ ผู้ใช้อำนาจก็ต้องใช้อย่างระมัดระวัง

Advertisement