เมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) กล่าวถึงกรณีมีกลุ่มผู้ปกครองร้องเรียนว่าบุตรชายรวม 6 ราย ถูกตำรวจในพื้นที่ สภ.ท่าอุทเน จ.นครพนม ทำร้ายร่างกายและกล่าวอ้างว่ามีพฤติกรรมในลักษณะว่ามีการเรียกรับทรัพย์สินจากการตรวจปัสสาวะเพื่อทดสอบสารเสพติดในร่างกาย ว่าได้รับรายงานจาก สภ.ท่าอุเทน ว่า เมื่อวันที่ 29 มีนาคมได้รับแจ้งจากกลุ่มผู้ปกครอง ชาวบ้านท่าแต้ หมู่ 11 ต.ท่าจำปา อ.ท่าอุเทน ว่าได้รับความเสียหาย จากกรณีมีตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 ทำร้ายร่างกาย บุตรชายกับเพื่อนรวม 6 คน ได้รับบาดเจ็บ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจออกตรวจสอบพื้นที่รับผิดชอบแล้วพบเยาวชนทั้ง 6 คน กำลังมั่วสุมเสพกัญชา บริเวณสถานที่เกิดเหตุ นอกจากนี้ผู้เสียหายแจ้งว่ายังมีการเรียกรับเงินเป็นเงินรวม 14,000 บาท เพื่อแลกกับการไม่ดำนินคดีกับกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ส่งตัวผู้เสียหายที่แจ้งว่าถูกทำร้ายร่างกายไปตรวจกับแพทย์เพื่อนำผลมาประกอบคดี
“ขณะนี้ พ.ต.อ.สิปปนันท์ สรณ์คุณแก้ว ผกก.ตชด.ที่23 ได้สั่งให้ตรวจสอบแล้วเบื้องต้น พบว่าเป็น เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปฏิบัติการข่าว ตชด.237 ผู้ใต้บังคับบัญชาในสังกัดจริง โดยได้ออกไปทำงานสืบสวนปราบปรามจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด และเข้าปิดล้อมจับกุมกลุ่มเยาวชนดังกล่าว พร้อมมีการตรวจยึดของกลางเป็นกัญชาแห้งจำนวนหนึ่งและอุปกรณ์เสพ ตามวันเวลาเกิดเหตุ และในวันนี้ ผกก.ตชด.23 จะลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องร่วมกับฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชนในพื้นที่ หากพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดบกพร่อง หรือ กระทำการที่ผิดต่อกฎหมาย ก็จะตั้งคณะกรรมการสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมดำเนินการทางวินัย และทางอาญา อย่างเด็ดขาด ด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส เป็นธรรมกับทุกฝ่าย” รองโฆษกตร.กล่าว
พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า ประชาชนหรือผู้ปกครองสามารถร้องเรียนให้มีการตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อยู่แล้ว โดยขณะนี้พนักงานสอบสวน ได้รับคำร้องทุกข์ พร้อมดำเนินการให้กับผู้เสียหาย ตามขั้นตอนของกฎหมายไว้แล้ว อยู่ระหว่างการสอบปากคำและ รอผลตรวจจากแพทย์มาประกอบคดี จากนั้นจะดำเนินการด้วยความรวดเร็ว และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
“ตามขั้นตอนของกฎหมายในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกร้องเรียน หากผลการรวบรวมพยานหลักฐานและผลการสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่ามีการกระทำความผิดหรือข้อบกพร่อง ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดก็จะดำเนินการทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาดไม่ปล่อยไว้อยู่แล้ว พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับกองบัญชาการทุกภาคส่วนในสังกัด มาโดยตลอด ในการกวาดล้างป้องกันปราบปรามยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย อีกทั้งหากตรวจพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือเรียกรับผลประโยชน์จากการกระทำที่ผิดกฎหมาย ก็พิจารณาความบกพร่องทั้งทางวินัยและการดำเนินคดีอาญาอย่างเด็ดขาด ไม่ปล่อยไว้อยู่แล้ว ทั้งในส่วนของผู้บังคับบัญชาที่ไม่กำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ ความประพฤติของผู้ใต้บังคับบัญชา โดยหากจากการตรวจแล้วพบว่าบกพร่องก็จะดำเนินการทางวินัยและทางอาญา อย่างเด็ดขาดอีกส่วนหนึ่งด้วย” พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าว

