‘บิ๊กแป๊ะ’ออกมาตรการดูแล’สงกรานต์’ สั่งเฉียบ’ผกก.-ผบช.ทุกระดับ’สถานีตำรวจห้ามลา!

31.03.19 | 20:24 น.

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เล็งเห็นความสำคัญ และเพื่อให้การป้องกันปราบปรามอาชญากรรม การรักษาความสงบเรียบร้อย และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ระหว่างวันที่12-16 เมษายน ช่วงเทศกาลวันสงกรานซึ่งเป็นวันหยุดราชการต่อเนื่องกันหลายวัน มีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อร่วมฉลองวันสงกรานต์และ วันครอบครัวตามประเพณีไทย หรือเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ เป็นจำนวนมาก โดยแทบทุกพี้นที่ทั่วประเทศจะมีการจัดงานประเพณีทำบุญ งานรื่นเริง รวมทั้งกิจกรรมเล่นน้ำสงกรานต์ และมีรูปแบบการจัดกิจกรรมที่มีความหลากหลาย อันอาจทำให้มีกลุ่มมิจฉาชีพฉวยโอกาสก่อเหตุ ประชาชนอาจเกิดความ ไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทาง หรืออาจมีกลุ่มบุคคลที่ไม่หวังดีเข้ามาฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ได้ จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยปฏิบัติดังนี้


1.ด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม
ให้ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1-9 ตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจสอบสวนกลาง จัดทำแผน/มาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่1-17 เม.ย.ให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และสถานการณ์ของตน
ระดมกวาดล้างอาชญากรรม ระหว่างวันที่ 1-10 เม.ย. รวมถึงการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด เพื่อตัดโอกาสในการกระทำผิด และมุ่งเน้นคดีเป้าหมาย ได้แก่ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ยาเสพติด การพนัน การค้าประเวณี และสถานบริการ ซึ่งเป็นต้นเหตุของอาชญากรรม รวมถึงการระดมจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ
จัดสายตรวจรถยนต์ รถจักรยานยนต์ สายตรวจเดินเท้า ปรากฏกายป้องกันเหตุต่างๆ รวมถึงคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ บริเวณ ธนาคาร ร้านค้าทอง ร้านสะดวกซื้อ สถานีขนส่งผู้โดยสาร แหล่งท่องเที่ยวหรือสถานที่มีการจัดกิจกรรมและมีประชาชนไปร่วมงานเป็นจำนวนมาก
การตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ให้เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพอาชญากรรมในพื้นที่ โดยเน้นในจุดที่เป็นจุดเสี่ยง จุดล่อแหลม
1.กวดขันจับกุม ความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกฮอล์ ที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การบริโภคเครื่องดื่มแอลกฮอล์บนทางในขณะขับขี่หรือในขณะโดยสารอยู่ในรถ เรือ รถไฟ
2.กวดขันสถานบริการและสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ ให้ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดโดยเคร่งครัด
3.ป้องกันปราบปรามผู้มีอิทธิพล ติดตามพฤติการณ์บุคคลพ้นโทษ หรือปล่อยตัวชั่วคราว ในคดีเกี่ยวกับทรัพย์ เพศ และยาเสพติด
4.กวดขันจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการยิงปืนขึ้นฟ้า การพกพาอาวุธ
5.ในกรณีที่มีการจับกุมเด็กและเยาวชนให้ดำเนินการกับผู้ปกครอง ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546ทุกราย
6.จัดกำลังออกดูแลการเล่นน้ำสงกรานต์ให้เป็นไปตาม มติคณะรัฐมนตรี โดยในการเล่นน้ำสงกรานต์ต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อย ไม่แต่งกายล่อแหลม รณรงค์ให้ใส่ผ้าไทย ผ้าพื้นเมือง กำหนดเวลาการเล่นน้ำให้ชัดเจนเพื่อความปลอดภัยในการใช้เส้นทางสัญจร รณรงค์ให้เล่นน้ำด้วยความสุภาพ งดการใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง น้ำแข็ง หรือโฟม ซึ่งอาจเกิดอันตรายได้ กวดขันมิให้มีการแสดงหรือการเต้นที่ไม่เหมาะสมกับวัฒนธรรมไทย และห้ามขับรถกระบะบรรทุกน้ำเข้าไปในที่ชุมชนหรือบริเวณจัดงาน
7.จัดทำ โครงการประชารัฐร่วมใจดูแลความปลอดภัยบ้านช่วงเทศกาลสำคัญ ในระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย. (รวม 7 วัน)
8.ให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง คัดกรองบุคคลเข้าออกประเทศโดยละเอียด เพื่อป้องกันการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด แรงงานต่างด้าว หรือผู้หลบหนีหมายจับ

2.การรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่
1.กำชับทุกหน่วยเข้มงวดการป้องกันการฉวยโอกาสของผู้ไม่หวังดีหรือผู้เสียผลประโยชน์ก่อเหตุร้ายในพื้นที่ต่างๆ เป็นกรณีพิเศษ
2.จัดกำลังสายตรวจร่วมรักษาความปลอดภัยและให้บริการนักท่องเที่ยวในพื้นที่จัดงานที่เป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ รวมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการวางแผนบูรณาการร่วมกัน

3.การอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน
1.จัดตั้ง ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.๒๕๖๒ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 10-18 เม.ย. (รวม 9 วัน) โดยมี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้อำนวยการ มีหน้าที่ กำหนดนโยบาย อำนวยการ สั่งการ ควบคุม และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงเทศกาล โดยมีองค์ประกอบ ประกอบด้วย ส่วนอำนวยการ ส่วนปฏิบัติการ และส่วนสนับสนุน และให้ทุกกองบัญชาการ กองบังคับการ/ตำรวจภูธรจังหวัด ดำเนินการจัดตั้งศูนย์อำนวยการและประสานงานของตนเอง
2.ให้ทุกหน่วยเตรียมความพร้อมกำลังพล อุปกรณ์ เครื่องตรวจจับความเร็ว เครื่องตรวจวัดระดับแอลกฮอล์ ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่
3.ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักรได้ออกข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักร ว่าด้วยการกำหนดช่องหรือแนวทางเดินรถขึ้นและล่องในถนนบางสายช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2562 และข้อบังคับ เจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักรว่าด้วยการกำหนดห้ามรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไป เดินในถนนบางสายช่วงเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2562โดยมีหนังสือแจ้งเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลบังคับใช้ต่อไป
บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดจริงจังและต่อเนื่องกับผู้ฝ่าฝืนกฎหมายจราจร และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องใน 10 ข้อหาหลัก เช่น ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ไม่คาดเข็มขัดนิรภัยในขณะขับขี่ และผู้ที่ขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกนิรภัย เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้วง 7นอันตราย (11-17 เม.ย.)

Advertisement

4.การประชาสัมพันธ์
1.ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนระมัดระวัง การหลอกลวงเอาทรัพย์สินในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งไม่ควรสวมใส่เครื่องประดับอันเป็นเหตุจูงใจให้เกิดการประทุษร้ายต่อทรัพย์
2.เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุ ขอให้ผู้ขับขี่รถเตรียมร่างกายให้พร้อมและปฏิบัติตามกฎหมายจราจรโดยเคร่งครัด
3.ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือจากประชาชน ให้เล่นน้ำสงกรานต์ด้วยความสุภาพตามประเพณี ไม่ใช้อุปกรณ์การเล่นน้ำในลักษณะที่อาจเกิดอันตรายแก่ผู้อื่น แต่งกายอย่างสุภาพ เรียบร้อย มิดชิด โดยไม่แต่งกายในลักษณะที่ล่อแหลมหรือยั่วยุ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของอาชญากรรมได้
4.ห้ามร้านค้าจำหน่ายสุราแก่บุคคลที่มีอาการมึนเมาจนครองสติไม่ได้ และบุคคลอายุ ต่ำกว่า 20 ปี บริบูรณ์
5.ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบกำหนดเขตพื้นที่และห้วงเวลาการเล่นน้ำ โดยให้เล่นน้ำบริเวณที่จัดให้เท่านั้น
6.ประชาชนสามารถแจ้งเหตุ/ติดต่อขอความช่วยเหลือ ที่หมายเลขโทรศัพท์ 191 , 1599และ SMS 191 หรือผ่านแอปพลิเคชั่น Police I Lert u

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังได้เน้นย้ำให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ลงไปกำกับดูแลการปฏิบัติของหน่วยที่อยู่ในความรับผิดชอบ โดยให้ หัวหน้าสถานีตำรวจและผู้บังคับบัญชาทุกระดับของสถานีตำรวจต้องอยู่ควบคุมการปฏิบัติหน้าที่อย่างใกล้ชิด (ห้ามลา)และสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอยืนยันว่า พร้อมที่จะรับใช้พี่น้องประชาชนและเป็น “องค์กรบังคับใช้กฎหมาย ที่ประชาชนเชื่อมั่นและศรัทธา”