เมื่อวันที่ 1 เมษายน นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงการดำเนินการในส่วนการตั้งคลินิกดูแลผู้รับผลกระทบด้านสุขภาพจากปัญหาฝุ่นภาคเหนือ ว่า ขณะนี้ได้หารือร่วมกับทางผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งดูแลในเขตสุขภาพที่ 1 ทางภาคเหนือ โดยทางกรมการแพทย์ได้นำโมเดลคลินิกมลพิษของทางโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี เพื่อนำไปหารือว่าทางเขตสุขภาพที่ 1 มีความสนใจในการนำไปจัดบริการหรือไม่ เนื่องจากกังวลว่า หากปัญหาฝุ่นยังยาวนานเป็นเดือนๆ อาจทำให้ได้รับผลกระทบได้ แม้ขณะนี้จะยังไม่เห็นแนวโน้มคนไข้ที่เพิ่มในสถานพยาบาล แต่อาจเพราะชาวบ้านป้องกันกันเอง และหากมีอาการไม่เยอะก็ไม่ไปโรงพยาบาลหรือมีนิดหน่อยก็อาจไปคลินิก แต่ที่กลัวว่าจะยาวนาน จึงคุยว่าน่าจะตั้งคลินิกมลพิษ

ผู้สื่อข่าวถามว่า การตั้งคลินิกมลพิษจะทำการเฝ้าระวัง หรือจัดบริการตลอด 24 ชั่วโมงหรือไม่ นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า อาจไม่ถึงขนาดนั้น แต่จะเปิดบริการตามวันเวลาราชการที่กำหนด ยกเว้นมีกรณีฉุกเฉินก็สามารถเข้ารับบริการในโรงพยาบาลได้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นตั้งไว้ว่าคลินิกดังกล่าวจะอยู่ในโรงพยาบาลจังหวัดก่อน เนื่องจากมีบุคลากรมากกว่า และมีความพร้อมกว่าโรงพยาบาลขนาดเล็ก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์มลภาวะทางอากาศหรือฝุ่นละอองขนาดเล็ก และมีแนวโน้มว่าจะต้องเผชิญกับเหตุการณ์นี้ในระยะยาว โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี จึงได้จัดตั้งคลินิกมลพิษ ซึ่งเป็นคลินิกเฉพาะทาง ที่เน้นการทำงานด้านเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม ประเมินสถานการณ์มลภาวะ ประเมินจำนวนผู้ป่วยที่เป็นโรคจากมลภาวะทางอากาศ ใช้เป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ในการออกมาตรการเด็ดขาด เพื่อลดการเจ็บป่วยของประชาชน ควบคู่กับการรักษาและดูแลผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบให้ได้รับการรักษาและกลับ ไปใช้ชีวิตปกติ อีกทั้ง กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ได้จัดทำคู่มือปฏิบัติงานของคลินิกมลพิษ ประกอบด้วยโครงการจัดตั้งคลินิกมลพิษ แนวทางปฏิบัติตามขั้นตอน การให้คำแนะนำ การตัดสินใจในการส่งตรวจพิเศษ แบบซักประวัติ และความรู้เรื่อง PM 2.5 แก่ประชาชน เพื่อใช้เป็นแนวทางการรักษาที่ถูกต้องและเป็นมาตรฐานต่อไป


