ผู้สมัครพลังปวงชนไทยแจ้งความกก.บห. เบี้ยวค่าใช้จ่าย 269 ราย เมินไกล่เกลี่ย

3.04.19 | 11:15 น.

เมื่อเวลา10.00 น. วันที่ 3 เมษายน ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) นายสุบัน สุวรรณรัตน์ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังปวงชนไทย(พลท.) เขต 4 จังหวัดสงขลา พร้อมทนายความของกลุ่มผู้สมัคร ส.ส.พรรค พลท. และกรรมการสาขาจังหวัด เข้าพบ พ.ต.ท.ภูมิรพี สังข์ทอง รอง ผกก.(สอบสวน) กก.2 บก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับกรรมการบริหารพรรค ฐานฉ้อโกง หลังหลอกลวงให้สมัครเป็นสมาชิกลงเลือกตั้ง โดยสัญญาว่าจะให้ค่าใช้จ่ายสำหรับหาเสียงแก่สมาชิกรายละ 1.5 ล้านบาท แต่ปรากฎว่าลูกพรรคต้องออกค่าใช้จ่ายดำเนินการเองทั้งหมดจนบางรายติดหนี้สิน


นายสุบัน กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนและลูกพรรคบางส่วน เคยไปร้องเรียนกับคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) ร้องขอให้ยุบพรรค พลท. เนื่องจากกรรมการบริหารพรรคผิดสัญญา ซึ่งเคยมีข้อเสนอสวยหรู นับแต่รวบรวมรายชื่อจัดตั้งพรรคการเมืองว่า หากมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการหาเสียง โดยทางพรรคจะให้เงินคนละไม่เกิน 1.5 ล้านบาทซึ่งเป็นงบประมาณตามที่ กกต. กำหนด แต่กลายเป็นว่า ลูกพรรคทั้งหมด 269 ราย ที่ลงรับสมัครตำแหน่ง ส.ส.เขตทั่วประเทศ ต้องนำเงินส่วนตัวออกมาใช้จ่ายจนเกิดหนี้สินกว่าหลักล้านบาท แม้ทวงถามไป ทางพรรคก็เบี่ยงบ่ายและอ้างว่าจะชดเชยคืนให้เรื่อยมา จนกระทั่งปัจจุบันยังไม่มีใครได้รับ หรือได้คืนไม่ครบตามวงเงินที่กำหนด ทั้งที่ทราบมาว่า กกต.ได้มอบเงินสนับสนุนพรรคกว่า 30 ล้านบาทเรียบร้อยแล้ว ในวันนี้จึงรวบรวมรายชื่อผู้ร้องทุกข์ทั่วประเทศรวม 50 คนประกอบการแจ้งความด้วย

อย่างไรก็ตาม สมาชิกพรรค พลท. รายหนึ่ง นำภาพที่ถูกเผยแพร่ในไลน์กลุ่มของสมาชิก เป็นรูปนายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคและ ส.ส.บัญชีรายชื่อเพียงคนเดียวของพรรค ได้เดินทางไปยังนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อเข้าพบนายทักษิณ ชินวัตร เป็นการยืนยันว่าได้เข้าปรึกษาหารือการบริหารจัดการงบประมาณภายในพรรค

โดยระหว่างเข้าพบพนักงานสอบสวน ได้มีตัวแทนฝ่ายกฎหมายของพรรคพร้อมกรรมการบริหาร เข้าเจรจาไกล่เกลี่ยกับผู้สมัคร แต่ไม่เป็นผล ผู้เสียหายยืนยันจะเดินหน้าแจ้งความดำเนินคดีต่อไป

Advertisement

ซึ่งนายประเทศ ทับทิมหิน รองหัวหน้าพรรค พลท.ยืนยันว่า ทางพรรคยังไม่ได้รับเงินสนับสนุนจาก กกต. ตามที่อดีตผู้สมัครบางส่วนกล่าวอ้างแต่อย่างใด ซึ่งอาจจะเป็นความเข้าใจผิด นอกจากนี้ ทางกรรมการบริหารพรรคได้ประชุมลงมติขับผู้สมัคร ส.ส.จำนวน 4 ราย ที่ออกมาร้องเรียนต่อ กกต. พ้นจากสถานะ ไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา ส่วนกรณีที่สมาชิกพรรคเปิดเผยภาพนายนิคม ไปเข้าพบกับ นายทักษิณ นั้นเป็นภาพเก่ากว่า 10 ปีแล้ว ไม่ใช่ภาพปัจจุบัน ซึ่งนายนิคม มีความสนิทสนมกับนายทักษิณ และชอบไปทำบุญร่วมกัน ต่อจากนี้ทางพรรค เตรียมที่จะแจ้งความดำเนินคดีกลับฐานแจ้งความเท็จ และหมิ่นประมาททำให้พรรคเสื่อมเสียชื่อเสียงต่อไป

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนรับเรื่องร้องทุกข์ไว้พร้อมสอบปากคำผู้แจ้งความ ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานและรายงานเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาดำเนินการต่อไป


ต่อมา นายนพดล เอมบัณฑิตย์ ผู้สมัคร ส.ส.พรรค พลท. เขต 4 จ.สุพรรณบุรี อดีตประธานสภา อบต.องค์พระ จ.สุพรรณบุรี กล่าวโต้ตอบกรณีที่กรรมการบริหารพรรคกล่าวอ้างว่า พวกตนรวมตัวกันมาแสดงความยินดีต่อนายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลท. ที่ได้รับตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อเพียงผู้เดียวของพรรค ว่าไม่เป็นความจริง ซึ่งทั้งหมดได้นัดหมายมาแจ้งความกันด้วยความสมัครใจเอง ไม่มีใครมาชี้นำ เนื่องจากเกิดความเสียหายขึ้นจริงกับผู้สมัคร ส.ส.เขตทั่วประเทศ บางรายต้องลาออกจากอาชีพเดิมที่ทำอยู่ เพื่อให้มีคุณสมบัติตรงตามระเบียบ กกต. ที่กำหนดไม่ให้ผู้สมัครเข้ารับตำแหน่ง ส.ส. ดำรงตำแหน่งข้าราชการหรือประกอบอาชีพอื่นๆ ทำให้ต้องใช้เงินส่วนตัวจนเกิดหนี้สิน ซึ่งที่ทำการพรรคสาขา จ.สุพรรณบุรี ได้รับผลกระทบเพราะสมาชิกไม่สามารถรวบรวมเงินมาจ่ายค่าเช่า และยังถูกตัดไฟจนต้องปิดตัวลง

นายนพดล กล่าวต่อ ขณะนี้ทราบว่าตัวแทนพรรคประจำสาขา จ.สุรินทร์ และจังหวัดอื่นๆ ได้แจ้งความร้องทุกข์กับโรงพักในท้องที่เรียบร้อยแล้ว หากทางพรรคถูก กกต.วินิจฉัยให้ยุบพรรค ทางเราพร้อมยอมรับความจริงและขั้นตอนของกฎหมาย เพราะเรายังมีหลักฐานการฉ้อโกงของกรรมการบริหารพรรคด้วย โดยต่อจากนี้ทางจะเดินทางไปยังที่ทำการ กกต. เพื่อยื่นเรื่องร้องเรียนต่อไป

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนรับเรื่องร้องทุกข์พร้อมสอบปากคำผู้เสียหาย ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานและรายงานเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาดำเนินการต่อไป