แก๊งล้วงกระเป๋ามองโกเลียอาละวาด สตม.รวบแล้ว เผยวิธีเลือกเหยื่อ

3.04.19 | 13:35 น.

เมื่อวันที่ 3 เมษายน ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. พร้อม พล.ต.ท.ธีรพล คุปตานนท์ ผบช.ทท., พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผบก.ทท.1, พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ทินกร สมวันดี ผกก.สน.พระโขนง ร่วมแถลงการจับกุมผู้ต้องหาล้วงกระเป๋า 3 ราย ประกอบด้วย นายอิคชินกอรู มังปายา อายุ 26 ปี นายกานซัค อิกปายา อายุ 27 ปี นายปาสุเรน เออเดนปายา อายุ 27 ปี ทั้งหมดสัญชาติมองโกเลีย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระโขนงที่ จ.201-203/2562 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2562 ในความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์” จับกุมได้ภายหลังก่อเหตุระหว่างเดินทางจากสถานีทองหล่อไปยังสถานีอ่อนนุช


พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา เวลา 18.20 น. ผู้เสียหายชาวสโลวาเกียได้ขึ้นรถไฟฟ้าที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีทองหล่อ ขณะที่กำลังเข้าขบวนรถไฟฟ้าเพื่อมุ่งหน้าไปยังสถานีอ่อนนุช คนร้ายชาวมองโกเลีย ได้เดินตามผู้เสียหายเข้าไปในขบวนรถไฟฟ้า และลักทรัพย์ผู้เสียหายภายในขบวน โดยมีทรัพย์สินสูญหายเป็นกระเป๋าเงิน สีเทา 1 ใบ ภายในมีเงินสกุลไทย 2,000 บาท บัตรเดบิต 4 ใบและเอกสารส่วนตัว ต่อมาเวลา 20.00 น. ได้ตรวจสอบถังขยะบริเวณลานสกายวอล์ก สยามดิสคัฟเวอรี่ พบกระเป๋าเงินของผู้เสียหายทิ้งอยู่ในถังขยะดังกล่าว จึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดทราบว่า คนร้ายชาวมองโกเลีย 3 คน ได้นำกระเป๋าเงินมาทิ้งไว้ในถังขยะดังกล่าว ก่อนจะหลบหนีไป

จากการสอบถามผู้ก่อเหตุให้การว่า มักจะเลือกก่อเหตุล้วงกระเป๋าตามแหล่งท่องเที่ยวที่มีคนพลุกพล่าน เช่น ห้างสรรพสินค้า และตามสถานีรถไฟฟ้า โดยเลือกเป้าหมายเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ไม่ทันระวังตัว และชาวต่างชาติ เนื่องจากไม่ค่อยแจ้งความดำเนินคดี และจากการตรวจสอบการเข้ามาในราชอาณาจักรไทยพบว่าทั้งหมดเข้ามาในลักษณะวีซ่านักท่องเที่ยว โดยนายอิคชินกอรู เข้ามา 2 ครั้ง นายกานซัค เข้ามา 1 ครั้ง และนายปาสุเรน เข้ามา 4 ครั้ง

พล.ต.ท.ธีรพลกล่าวว่า ที่ผ่านมามีการจับกุมแก๊งล้วงกระเป๋าชาวกัมพูชา ฟิลิปปินส์ มองโกเลีย เวียดนาม พบว่า คนร้ายมักเลือกก่อเหตุกับชาวต่างชาติ เนื่องจากชาวต่างชาติมักจะไม่สามารถสื่อสารได้ง่าย หรือผู้ที่ไม่ได้ระมัดระวังทรัพย์สิน อีกทั้งเบี้ยประกันภัยทรัพย์สินที่นักท่องเที่ยวต้องจ่ายสูงขึ้น เนื่องจากมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น โดยบางครั้งคนร้ายได้เปลี่ยนชื่อ-นามสกุล และหมายเลขพาสปอร์ต แล้วเดินทางเข้ามาก่อเหตุ ทำให้ยากต่อการตรวจสอบ

Advertisement

พล.ต.ต.อิทธิพลกล่าวฝากไปถึงผู้ประกอบการที่พักต่างๆ ควรแจ้งถิ่นที่พักของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาพัก ตามมาตรา 38 เป็นสิ่งสำคัญ เพราะผู้ต้องหาในคดีนี้ 2 ใน 3 ราย ไม่มีการแจ้งที่พักไว้ จึงทำให้การตรวจสอบยากยิ่งขึ้น ผู้ครอบครอง และผู้จัดการโรงแรมต่างๆ มีหน้าที่แจ้งตามมาตรา 38 ขอให้ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายด้วย เพื่อการทำงานของตำรวจจะได้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นด้วย

รายงานข่าวแจ้งว่า นายอิคชินกอรู มังปายา อายุ 26 ปี นายกานซัค อิกปายา อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาแก๊งล้วงกระเป๋าเป็นนักร้องแร็พเปอร์ชื่อดัง และที่ผ่านมามีการจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติมองโกเลียก่อเหตุล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยว โดยเดือน ส.ค.61, มี.ค.62 และ เม.ย.นี้ สามารถจับผู้ต้องหาได้ยกแก๊งครั้งละ 3 คน ซึ่งแต่ละคนจะแบ่งหน้าที่กันทำทั้งจับ ล้วง และบัง และผู้ต้องหาที่มาก่อเหตุมักเลือกมาลงที่สนามบินสมุย นอกจากนี้ ชาวมองโกเลียมีลักษณะคล้ายคนจีนจึงอาศัยปะปนไปกับนักท่องเที่ยวและเลือกก่อเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ไม่ค่อยระวังตัวและมาคนเดียว