เขตดินแดงแจ้งความผู้รื้อถอนแฟลตเคหะดินแดง ชาวบ้านร้องฝุ่น-เสียง

3.04.19 | 15:17 น.

กรณีอาคารชุมชนเคหะดินแดง แฟลตที่18-20 ซึ่งกำลังรื้อถอนออกมาได้พังถล่มลงมา แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ขณะที่รถในบริเวณนั้นได้รับความเสียหายจำนวนหลายคัน โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมานั้น


เมื่อวันที่ 3 เมษายน เจ้าหน้าที่ทหารกองร้อยรักษาความสงบเขตดินแดงปทุมวัน ได้ตั้งเต้นท์อำนวยความสะดวกให้กับชาวบ้านในพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่การเคหะพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหาร อาสาสมัคร ร่วมกันทำความสะอาด เก็บเศษปูน และเศษซากต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้สัญจรผ่านไปมาได้อย่างสะดวก
โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่าตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น บริเวณนี้ไม่สามารถใช้ไฟฟ้าได้ โดยเมื่อเช้าที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าหลายเขตมาช่วยกันดำเนินติดตั้งเสาไฟฟ้าที่โค่นล้มทั้งสิ้นจำนวน 4 ต้น โดยขณะนี้ สามารถดำเนินการจ่ายไฟได้แล้ว

ด้าน นายเรืองเดช พงษ์จันทรโอ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตดินแดง กล่าวว่า วันนี้ได้ลงพื้นเพื่อฟื้นฟูและบรรเทาเหตุเบื้องต้นให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยเมื่อเช้านี้ได้ส่งตัวแทนของสำนักงานเขตดินแดงไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ สน.ดินแดง เพื่อให้เอาผิดกับผู้รับจ้างรื้อถอนเป็นหลัก และการเคหะแห่งชาติในฐาะผู้ว่าจ้าง ข้อหาฝ่าฝืนพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร เนื่องจากก่อนหน้านี้มีชาวบ้านร้องเรืยนเข้ามาว่าได้รับผลกระทบจากการรื้อถอน ทั้งปัญหาด้านฝุ่นและเสียง เมื่อมีการตรวจสอบพบว่า มีปัญหาจริง และไม่มีการปฏิบัติตามที่สำนักงานเขตได้ร้องขอไป จึงปิดประกาศห้ามรื้อถอนและห้ามเข้าพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นต้นมา แต่ผู้รื้อถอนยังฝ่าฝืน หลังจากนี้จะต้องเคลียร์พื้นที่และประสานให้ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเข้ามาร่วมดูแลให้การรื้อถอนเป็นไปด้วยความปลอดภัย ซึ่งการรื้อถอนจำเป็นต้องดำเนินการที่ชั้นบนสุดของอาคารก่อน แต่ครั้งนี้ เป็นการเจาะฐานรากลงมา ทำให้อาคารถล่ม

นายยงยุทธ ขำโพธิ์ ชาวบ้านแฟลตดินแดงและเป็นผู้ดูแลรถแท๊กซี่ที่ได้รับความเสียหาย 3 คัน กล่าวว่า ในช่วงเกิดเหตุผู้รื้อถอน นำรถแบคโฮเข้ามาเจาะที่บริเวณชั้นล่างของอาคารก่อน จากนั้นไม่ถึง 20 นาที อาคารถล่มลงมา ซึ่งในช่วงระหว่างการรื้อถอน ตนเองก็มองว่า ไม่มีความปลอดภัย หากอนาคตที่จะดำเนินรื้อถอนก็อยากให้ระมัดระวังมากกว่านี้

Advertisement

สำหรับรถแท๊กซี่ทั้ง 3 คัน ที่ได้รับความเสียหายนั้น ขณะนี้ทางบริษัทประกันภัยเข้ามาเจรจาขอรับผิดชอบแล้ว แต่เจ้าของรถยังคงอยู่ต่างจังหวัด