‘แม่ฮ่องสอน’ ยังอ่วมฝุ่นพิษสูงกว่าทุกแห่ง 151 มคก./ลบ.ม. เหนือ 7 พื้นที่เจอวิกฤตฝุ่นสีแดง

4.04.19 | 16:08 น.

แฟ้มภาพ

เมื่อวันที่ 4 เมษายน นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ(คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยว่า สถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ พบว่าค่าฝุ่นละอองส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน เมื่อเปรียบเทียบในช่วงเวลาเดียวกัน คุณภาพอากาศมีค่าอยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศปานกลาง-มีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสีแดง 7 พื้นที่ (มีผลกระทบต่อสุขภาพ) และพื้นที่สีส้ม 6 พื้นที่ (เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ) สีเหลือง 4 พื้นที่ (คุณภาพอากาศปานกลาง) ค่า PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 38-151 มคก./ลบ.ม. (มาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) ค่า PM10 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 55-193 มคก./ลบ.ม. (มาตรฐานไม่เกิน 120 มคก./ลบ.ม.)

นายประลองกล่าวต่อว่า โดยฝุ่นละออง PM2.5 ที่เกินมาตรฐาน ในพื้นที่ต่อไปนี้ ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย 102 มคก./ลบ.ม. ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย 121 มคก./ลบ.ม. ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 118 มคก./ลบ.ม. ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 110 มคก./ลบ.ม. ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 78 มคก./ลบ.ม. ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ 84 มคก./ลบ.ม. ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง 54 มคก./ลบ.ม. ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง 43 มคก./ลบ.ม. ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง 59 มคก./ลบ.ม. ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ 57 มคก./ลบ.ม. ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ลำพูน 86 มคก./ลบ.ม. ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน 151 มคก./ลบ.ม. ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน 48 มคก./ลบ.ม. ต.ห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน 114 มคก./ลบ.ม. ต.นาจักร อ.เมือง แพร่ 38 มคก./ลบ.ม. ต.บ้านต๋อม อ.เมือง จ.พะเยา 97 มคก./ลบ.ม. ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก 47 มคก./ลบ.ม.

อธิบดี คพ.กล่าวอีกว่า คพ.ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่งดการเผาในที่โล่งเพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามในกรณีที่ประชาชนอยู่ในพื้นที่ที่ปริมาณฝุ่นละอองมีผลกระทบต่อสุขภาพ ขอให้หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายและการทำกิจกรรมกลางแจ้ง สวมใส่หน้ากากป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก ประชาชนทั่วไปและกลุ่มเสี่ยงควรเฝ้าระวังสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอบ่อย หายใจลำบาก หายใจถี่ หายใจไม่ออก หายใจมีเสียงวี้ด ใจสั่น คลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะ แน่นหน้าอก ให้รีบพบแพทย์ ผู้มีโรคประจำตัวควรเตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างน้อย 5 วัน

Advertisement

วันเดียวกันกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ได้มอบหมายให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) เป็นผู้แทนรับมอบอุปกรณ์ดับไฟป่าจำนวน 30 เครื่อง จากบริษัท ทีทีซี เพาเวอร์ทูลส์ จำกัด มีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดี ทช. และกล่าวว่า จะนำอุปกรณ์ช่วยดับไฟป่าจำนวน 30 เครื่องไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาไฟป่าและหมอกควัน รวมถึงสนับสนุนหน่วยงานราชการ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครลาดตระเวนในการปฏิบัติหน้าที่ดับไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ ทั้งนี้ ปัญหาหมอกควันและไฟไหม้ป่าในพื้นที่ภาคเหนือเป็นวาระแห่งชาติที่ทางรัฐบาลกำลังแก้ไขปัญหาอยู่ในขณะนี้ โดยรัฐบาลได้ให้การสนับสนุนงบประมาณและอุปกรณ์ในการทำงาน เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ได้โดยเร็วภายใน 7 วัน โดยเร่งหามาตรการในการแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ อีกทั้งจำเป็นต้องเข้มงวดในการใช้กฎหมายดำเนินการกับผู้กระทำความผิดเพื่อแก้ไขปัญหาในการลักลอบเผาป่า รวมถึงขอให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและร่วมมือร่วมใจช่วยกันแก้ไขปัญหา ตลอดจนติดตามผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด ปรับรูปแบบการทำงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในพื้นที่ และให้คำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่เป็นหลัก โดยรัฐบาลได้มอบหมายให้ ทส.และกระทรวงมหาดไทยหามาตรการต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาเร็วที่สุด