กรณีอาคารเคหะชุมชนดินแดง แฟลต 18-20 แขวงและเขตดินแดง กรุงเทพฯ ที่อยู่ระหว่างการรื้อถอนตามโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 2 ได้ถล่มลงมา ทำให้เสาไฟฟ้าหักโค่น จำนวน 7 ต้น ทับรถยนต์ที่จอดอยู่รอบสถานที่รื้อถอนเสียหาย 9 คัน โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมานั้น
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 5 เมษายน ศ.ดร.อมร พิมานมาศ เลขาธิการสภาวิศวกร พร้อมนายชูเลิศ จิตเจือจุน นายวัฒนพงษ์ หิรัญมาลย์ นายรณรงค์ กระจ่างยศ ทีมงานสภาวิศวกร ร่วมกับ พ.ต.ท.โสภณ แย้มมณี รอง ผกก.สอบสวน สน.ดินแดง ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารเคหะชุมชนดินแดง แฟลต 18-20 แขวงและเขตดินแดง กรุงเทพฯ ตามโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 2 หลังได้ถล่มลงมาทับรถยนต์เสียหาย 7 คัน เป็นรถส่วนตัว 2 รถแท็กซี่ 5 และทำให้เสาไฟหักโค่นหลายต้น
ศ.ดร.อมร กล่าวจากการตรวจสอบพบว่า อาคารดังกล่าวเข้าหลักวิศวกรรมควบคุม ซึ่งต้องมีวิศวกรดูแล ตามกฎหมายประกอบ 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.วิศวกร และ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ทั้งนี้ยังต้องรวบรวมเอกสารต่างๆ เพื่อดูว่ามีการออกแบบขั้นตอนรื้อถอนถูกต้องหรือไม่ และทำตามหลักวิศวกรรมหรือไม่ นอกจากนี้ หากตรวจสอบไม่พบว่ามีวิศวะกรเข้าดูแลในระหว่างการรื้อถอน ถือว่าผิด หลัก พ.ร.บ.วิศวะ
ศ.ดร.อมร กล่าวต่อ และหากมีคนคุม แต่ไม่ได้รื้อถอนตามหลัก จะถือว่าผิดตามจรรยาบรรณ ซึ่งมีโทษสูงสุดคือถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ โดยขั้นตอนต่อจากนี้ จะมีการตั้งอนุกรรมการไต่สวน และต้องขอเอกสารแบบการรื้อถอน ทั้งนี้จะต้องประสานไปยังหน่วยงานหลายภาคส่วน ทั้งการเคหะแห่งชาติ เจ้าของโครงการ สำนักงานเขต และ สน.ดินแดง ซึ่งในเอกสารจะมีรายชื่อวิศวกรที่เกี่ยวข้อง โดยจะเชิญตัวเข้าให้ปากคำ รวมเวลาในกระบวนการไต่สวนไม่ต่ำกว่า 2 เดือนจนกว่าจะลงโทษผู้กระทำผิดได้
“สำหรับขั้นตอนการรื้อถอนนั้นจะต่างจากการก่อสร้างที่จะเริ่มจากฐานรากขึ้นข้างบน ซึ่งการรื้อถอนต้องทำตรงข้าม โดยเริ่มทำลายจากเปลือกนอกหรือผนัง ทีละชั้นจากบนลงล่าง จนเหลือเสาคานเนื้อใน หากทำลัดขั้นตอน ก็อาจเป็นเหตุให้พังถล่มได้ ทั้งนี้ การพังถล่มตามปกติต้องในลงแนวดิ่ง แต่หากผิดหลักจะออกด้านข้าง หรือนอกแนวกั้น” เลขาธิการสภาวิศวกร กล่าว






