เมื่อวาน (วันที่ 5 เมษายน 2562) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้ลงนามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 232/2562 ให้พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. ปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำวจแห่งชาติ โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ทางตำแหน่งเดิม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบหมาย โดยมีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป (อ่าน : เปิดคำสั่งตร. เด้ง “บิ๊กโจ๊ก”พ้นผบช.สตม. ขาดจากตำแหน่ง)

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ชื่อเล่น โจ๊ก เกิดเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2513 ณ จ.สงขลา เป็นบุตรชายคนโตของดาบตำรวจไสว หักพาล และนางสุมิตรา หักพาล สมรสกับ ดร.ศิรินัดดา พานิชพงศ์
ด้วยครอบครัวเป็นตำรวจตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ เมื่อสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนมหาวชิราวุธ จึงมุ่งมั่นว่า “ในการเกิดเป็นลูกผู้ชายนั้น สิ่งสูงสุดของชีวิตคือการได้รับใช้ชาติและทดแทนบุญคุณแผ่นดิน” จึงได้สอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 31 ได้รับการจารึกชื่อในแผ่นป้ายทองให้เป็นนักเรียนเตรียมทหารที่มีความประพฤติและการกีฬายอดเยี่ยมประจำปีการศึกษา 2532
ในขณะศึกษายังได้เป็นประธานนักกีฬาเทนนิสโรงเรียนเตรียมทหารและได้สร้างชื่อเสียงให้แก่สถาบันด้วยการนำทีมเทนนิสชนะเลิศกีฬา 4 เหล่าทัพ และกีฬากองทัพไทยในปีเดียวกัน
สอบเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโท สังคมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม (สศ.ม.) ณ มหาวิทยาลัยมหิดล และปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย
เส้นทางสู่เกียรติยศจักรดาว
เริ่มต้นชีวิตรับราชการตำรวจในกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้รับแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเป็นสารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 4 กองกำกับการ 5 (เชียงใหม่) จากนั้นได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายตำรวจราชสำนักเวร ก่อนจะได้รับแต่งตั้งจากวุฒิสภาให้เป็นกรรมาธิการวุฒิสภา และผู้ปฏิบัติงานประจำสมาชิกวุฒิสภา
ตามด้วยได้รับแต่งตั้งให้แก้ไขปัญหาปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติในตำแหน่งผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ โดยริเริ่มนำเครือข่ายตำรวจสากลระหว่างประเทศ (INTERPOL) กระทรวงการต่างประเทศ และ NGO เข้ามาบูรณาการในการปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติ
โดยได้จับกุมเครือข่ายค้ามนุษย์ข้ามชาติที่หลอกลวงเด็กและผู้หญิงเข้าไปค้าประเวณีใน 7 ประทศหลัก คือ บาห์เรน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ไต้หวัน จีน และสหรัฐเอมิเรตส์ พร้อมทั้งขยายผลการกวาดล้างขบวนการเครือข่ายค้ามนุษย์ข้ามชาติจำนวน 22 เครือข่ายหลัก ซึ่งส่งเด็กและผู้หญิงไทยออกไปบังคับค้าประเวณียังต่างแดน และได้ช่วยเหลือผู้หญิงชาวไทยกลับคืนสู่บ้านเกิดกว่า 100 ราย พร้อมทั้งประเทศไทยได้รับการเลื่อนจัดอันดับจาก tier 3 ไปเป็น tier 2.5 เป็นประเทศที่ให้ความร่วมมือ สนับสนุนการปราบปรามการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง
ทั้งนี้ด้วยบุคลิกและปฏิสัมพันธ์ กับผู้คนรอบกาย กลายเป็นที่มาของฉายา “หวานเจี๊ยบ” พร้อมคำอธิบายเชิงล้อเลียน “ครับพี่ครับ ครับ ครับพี่ ครับ ครับพี่” เป็นคำพูดติดปากของนายตำรวจหนุ่ม ในแวดวงจึงรู้จักในนาม “โจ๊ก หวานเจี๊ยบ”
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ก้าวหน้าในเส้นทางจักรดาวมาตามลำดับกระทั่งเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2562 โดนคำสั่งฟ้าผ่า ให้ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ทางตำแหน่งเดิม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบหมาย
ขอบคุณข้อมูล
วารสาร COP’S เกียรติยศจักรดาว 2560 เรื่อง สุรเชษฐ์ หักพาล รอผ่านวันพิสูจน์ตัวเอง
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
สะพัด ย้ายด่วน ‘บิ๊กโจ๊ก’ พ้น ผบช.สตม.

