เมื่อวันที่ 7 เมษายน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงข้อควรระวังในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งมีสภาพอากาศร้อนว่า ในช่วงฤดูร้อนนี้ อุณหภูมิสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้เชื้อโรคหลายชนิดเจริญเติบโตได้ดี และอาจทำให้อาหารบูดเสียได้ง่ายกว่าปกติ ประกอบกับใกล้ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา พบปะญาติพี่น้องและประกอบอาหารรับประทานดังนั้น ควรระวังโรคติดต่อทางอาหารและน้ำ โดยเฉพาะโรคอาหารเป็นพิษ และโรคอุจจาระร่วง ข้อมูลสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-1 เมษายน 2562 พบผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษ 27,977 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิต กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือ 15-24 ปี รองลงมา อายุ 25-34 ปี และ มากกว่า 65 ปี
นพ.สุวรรณชัยกล่าวอีกว่า ส่วนโรคอุจจาระร่วงพบผู้ป่วย 266,242 ราย เสียชีวิต 1 ราย กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือ มากกว่า 65 ปี รองลงมา อายุ 15-24 ปี และ 25-34 ปี ซึ่งทั้ง 2 โรค พบกระจายทั่วทุกภูมิภาค โดยส่วนใหญ่กระจายอยู่ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ อย่างไรก็ตาม โรคอาหารเป็นพิษและโรคอุจจาระร่วง เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากการรับประทานอาหารและน้ำที่ไม่สะอาดหรือปนเปื้อนเชื้อ ซึ่งทั้งสองโรคนี้ต่างกันที่เชื้อโรคที่พบในผู้ป่วย มักพบในอาหารที่ปรุงสุกๆดิบๆ อาหารไม่สะอาด และในอาหารที่ปรุงไว้นานแล้วไม่ได้แช่เย็นหรือนำมาอุ่นก่อน ทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดีและเพิ่มมากขึ้น โดยมีอาการคล้ายกัน คือ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายเหลวบ่อยครั้ง อาจมีไข้ การดูแลผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายได้เอง โดยการรักษาอาการขาดน้ำและเกลือแร่ ด้วยการดื่มสารละลายเกลือแร่ โอ อาร์ เอส และทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก แกงจืด เพื่อป้องกันการขาดสารอาหาร อย่างไรก็ตาม หากอาการไม่ดีขึ้น ยังถ่ายบ่อย อาเจียน รับประทานอาหารไม่ได้ กระหายน้ำมากกว่าปกติ มีไข้สูง หรือถ่ายอุจจาระเป็นมูกปนเลือด ขอให้ไปพบแพทย์ทันที
สำหรับผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาล ควรเลือกร้านที่แน่ใจว่าสะอาดหรือมีเครื่องหมายรับรองความปลอดภัย เลือกรับประทานน้ำดื่ม หรือน้ำแข็งที่มีคุณภาพ สำหรับประชาชนทั่วไป ขอให้ยึดหลัก “สุก ร้อน สะอาด” รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ด้วยความร้อน ไม่มีแมลงวันตอม ล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อยๆ ในส่วนอาหารที่ปรุงประกอบไว้นานแล้ว เช่น ข้าวกล่อง อาหารถุง ต้องนำมาอุ่นให้ร้อนก่อนกินทุกครั้ง และขอให้สำรวจอาหารก่อน หากมีกลิ่น รส หรือรูปเปลี่ยนไป ไม่ควรรับประทานต่อ ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422
ด้าน นพ.ณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวว่า ช่วงนี้หลายพื้นที่มีอากาศร้อนจัด ห่วงใยประชาชนอาจมีพฤติกรรมเสี่ยงเกิดโรคและภัยต่อสุขภาพ ทั้งเสี่ยงต่อภาวะอ้วนและโรคเบาหวาน ถ้ามีพฤติกรรมในการดื่มน้ำหวาน น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง ขนมหวาน และผลไม้รสหวานจัดเป็นประจำ เสี่ยงไฟไหม้ จากการเปิดพัดลมทิ้งไว้นานๆ ลืมปิดก่อนออกจากบ้าน อากาศที่แห้งและร้อนในช่วงนี้ทำให้เกิดไฟไหม้ได้ง่าย เสี่ยงเด็กจมน้ำจากการแอบไปเล่นน้ำตามลำพังในช่วงปิดเทอม และการท่องเที่ยวทะเล น้ำตก ช่วงฤดูร้อน โดยขาดการระมัดระวัง เสี่ยงต่อการเกิดโรคท้องร่วง อาหารเป็นพิษ ติดเชื้อจากการรับประทานอาหารปรุงไม่สุก อาหารสุกๆ ดิบๆ ไม่สะอาด และเสี่ยงมีปัญหากระทบกระทั่งจากการใช้อารมณ์ เนื่องจากอากาศร้อนส่งผลกระทบทางอ้อมต่อสุขภาพจิต โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะเครียด มีปัญหาส่วนตัวอยู่แล้ว อาจเพิ่มความเครียดให้สูงขึ้น ทำให้อารมณ์หงุดหงิด โมโหง่าย ใจร้อน และขาดสติ
นายชาญยุทธ พรหมประพัฒน์ ผู้อำนวยการกองสุขศึกษา กล่าวว่า ประชาชนควรดูแลสุขภาพตนเองในช่วงหน้าร้อน เพื่อลด 5 พฤติกรรมเสี่ยงหน้าร้อน ด้วยการนำหลักสุขบัญญัติมาปฏิบัติ ดังนี้ 1.ดื่มน้ำเปล่า แทนน้ำหวาน น้ำอัดลม ลดเสี่ยงอ้วน โรคเบาหวาน การดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว โดยดื่มหรือจิบเป็นระยะตลอดวัน ช่วยทดแทนการสูญเสียน้ำในร่างกายช่วงอากาศร้อน ลดเสี่ยงโรคฮีตสโตรก ทำให้ระบบเลือดไหลเวียนดี ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างปกติ 2.ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ระมัดระวังอุบัติภัยจากไฟไหม้ ด้วยการตรวจเช็คเครื่องใช้ไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ไม่ชำรุด โดยเฉพาะพัดลมที่มีการใช้งานหนักในช่วงอากาศร้อนและมีอายุการใช้งานมานาน อย่าเปิดทิ้งไว้นานๆ ปิดสวิตช์และถอดปลั๊กก่อนออกจากบ้าน
นายชาญยุทธ กล่าวอีกว่า 3.ระมัดระวังเด็กจมน้ำ ดูแลลูกหลานอย่างใกล้ชิดในช่วงปิดเทอม โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ให้เทน้ำในภาชนะที่มีน้ำขังออก กั้นบริเวณให้เด็กเล่นในที่ปลอดภัย ปิดฝาภาชนะใส่น้ำ ส่วนบ้านที่มีเด็กอายุมากกว่า 5 ขวบ ให้เฝ้าระวังการชวนกันไปเล่นน้ำตามลำพัง ฝึกให้เด็กหัดว่ายน้ำ ลอยตัว ย้ำเตือนเรื่องการพบเห็นคนตกน้ำห้ามลงไปช่วยเอง ให้ใช้การตะโกน โยน ยื่น และสอนเรื่อง อย่าใกล้ อย่าเก็บ อย่าก้ม ในบริเวณใกล้แหล่งน้ำสาธารณะ และในการท่องเที่ยวพักผ่อนคลายร้อนที่ทะเล น้ำตกหรือแหล่งเก็บน้ำธรรมชาติต่างๆ ควรเลือกเล่นน้ำในบริเวณที่ปลอดภัย สังเกตป้ายหรือสัญลักษณ์คำเตือน และปฏิบัติตามคำแนะนำและกฎแห่งความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด
4.เลือกรับประทานอาหารที่สะอาด ปรุงใหม่ๆ เนื้อสัตว์ที่ปรุงสุก และไม่มีแมลงวันตอม ที่สำคัญ คือล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ และ 5.ฝึกฝนการใช้สติควบคุมอารมณ์ จะช่วยยับยั้งปัญหาการกระทบกระทั่งที่อาจลุกลามรุนแรงได้ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และหาเวลาออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอกจากช่วยให้ร่างกายแข็งแรงแล้วยังช่วยให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน ช่วยให้มีความสุข แก่ช้าลงอีกด้วย

