เมื่อวันที่ 8 เมษายน มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน(ประเทศไทย) , มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และ มูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI) ได้ออกแถลงการณ์เรื่อง “ร่วมให้กำลังใจอาจารย์ซ้ง พรชัย ชูเลิศ” โดยระบุว่า
“ผู้แจกจ่ายยาจากกัญชาเพื่อรักษาประชาชนที่ป่วยไข้ โดยไม่ได้แสวงหาประโยชน์ใดๆ ไม่ควรถูกจองจำแม้เพียงสักวันเดียว แต่ “อาจารย์ซ้ง” พรชัย ชูเลิศ เจ้าหน้าที่มูลนิธิข้าวขวัญกลับถูกควบคุมตัวในเซฟเฮาส์และถูกคุมขังไว้แล้วถึง 6 วัน
มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน(ประเทศไทย) มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และมูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI) ได้รวบรวมเงินบริจาคจากประชาชนเพื่อขอยื่นประกันตัวต่อศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ในวันอังคารที่ 9 เมษายน 2562 นี้ เวลา 13.00 น.
ขอเชิญชวนประชาชน ผู้ป่วยที่ต้องการเข้าถึงยา สื่อมวลชน และทุกพรรคการเมืองที่ประกาศนโยบายสนับสนุนกัญชาเพื่อการแพทย์ ร่วมให้กำลังใจและร่วมเป็นสักขีพยานการขอประกันตัวคุณพรชัย ชูเลิศ ในวันและเวลาดังกล่าว
เราขอขอบคุณ คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ได้มอบหมายให้คุณศุภชัย ใจสมุทร ตัวแทนจากพรรคภูมิใจไทยเข้าร่วมแสดงความจำนงเพื่อสนับสนุน “ปล่อยซ้งจากที่คุมขัง พาอาจารย์เดชากลับบ้าน” ในวันและเวลาดังกล่าว
ขอขอบคุณ คุณประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ซึ่งพร้อมจะใช้ตำแหน่งเพื่อขอประกันตัว ทันทีที่เดินทางกลับมาจาก จ.ลำปาง และเสนอตัวที่จะฟ้องเจ้าหน้าที่ที่อาจดำเนินการโดยมิชอบ เพราะขณะนี้การใช้กัญชาเพื่อการแพทย์อยู่ในระยะเวลา 90 วัน ของการนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฉบับปรับปรุงแก้ไข
และคุณธีระ วงษ์เจริญ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร) ที่จะเดินทางไปให้กำลังใจเครือข่ายต่างๆและเป็นสักขีพยานในการขอประกันตัวดังกล่าว
แต่ยอดการบริจาคที่รวบรวมได้ขณะนี้เกิน 500,000 บาทตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำหนดเป็นหลักทรัพย์ในการประกันตัวแล้ว และโดยพันธกรณีที่ต้องใช้เงินดังกล่าวเพื่อการประกันตัวและต่อสู้คดีตามที่มูลนิธิทั้ง 3 องค์กรได้แจ้งประชาชนมาตั้งแต่ต้นตอนประกาศรับการบริจาค ในชั้นนี้จึงขอใช้เงินสดจากประชาชนสำหรับการขอประกันตัวดังกล่าว
ทั้งสามมูลนิธิ พร้อมที่จะร่วมมือกับทุกกลุ่ม และขอเชิญชวนทุกพรรคการเมืองที่มีนโยบายสนับสนุนกัญชาเพื่อการแพทย์ ร่วมกันแสดงตัว และร่วมกันหารือเพื่อสนับสนุนการต่อสู้ปกป้องสิทธิในการเข้าถึงยากัญชาของประชาชนในระหว่างการขอยื่นประกันตัวในวันอังคารที่ 9 เมษายนนี้ ที่ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี”

