อ.เดชา เจ้าของยากัญชารักษาโรค ข้องใจมีกลุ่มทุนกลั่นแกล้งหรือไม่ สงสัยทำไมจนท.เร่งบุกค้นจับกุมมูลนิธิทั้งที่ยังมีเวลายื่นนิรโทษกรรมกัญชา แสดงตัวป.ป.ส.พรุ่งนี้ 10 โมง
กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจยึดกัญชาและสารสกัดกัญชาจากมูลนิธิข้าวขวัญ จ.สุพรรณบุรี ที่มีนายเดชา ศิริภัทร เป็นประธานมูลนิธิ และจับกุมนายพรชัย ชูเลิศ หรือ อ.ซ้ง เจ้าของมูลนิธิฯ ในข้อหา “ผลิตและครอบครองกัญชาโดยมิได้รับอนุญาต” ตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งภายหลังได้รับการประกันตัวในวงเงิน 5 แสนบาท โดยศาลอนุมัติปล่อยตัว อ.ซ้ง ชั่วคราว ก่อนมีการแจ้งข้อหาเดียวกันต่อนายเดชา ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปนั้น
เมื่อเวลา 15.00น. วันที่ 10 เมษายน ที่อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ สนามบินดอนเมือง นายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ เดินทางกลับจากกรุงเวียงจันทร์ สปป.ลาว สู่ประเทศไทยพร้อมคณะ เพื่อชี้แจงต่อสื่อมวลชนถึงกรณีดังกล่าว โดยมีเหล่าประชาชนที่ต้องการผลักดันภาครัฐให้เปิดเสรีกัญชา รอต้อนรับพร้อมมอบช่อดอกไม้ให้กำลังใจจำนวนมาก
นายเดชา กล่าวว่า สำหรับเรื่องแจกจ่ายกัญชารักษาโรคนั้น ทางมูลนิธิขวัญข้าวไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่เป็นตนเพียงคนเดียวที่รับผิดชอบ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการเตรียมเอกสาร เพื่อยื่นเรื่องขอนิรโทษกรรมผู้ครอบครองกัญชา โดยยังมีกำหนดให้ยื่นได้จนถึงวันที่ 19 พฤษภาคมนี้ โดยเจ้าหน้าที่ยังอ้างเหตุจับกุมว่าตนไม่ใช่หมอพื้นบ้านซึ่งเป็นผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับการคุ้มครองและอนุญาตให้ใช้ยากัญชารักษาโรคได้ตามกฎหมาย ทั้งที่มีเอกสารรับรองจากมูลนิธิสุขภาพไทย ที่เป็นผู้ประสานงานเครือข่ายหมอพื้นบ้านทั่วประเทศ และตนยังเคยได้เขียนบทความบนเว็บไซต์มานานนับสิบปี เป็นที่รู้จักของประชาชน ซึ่งตนได้เตรียมหารือกับโรงพยาบาลอภัยภูเบศร์ คาดว่าจะมีการแถลงข่าวต่อจากนี้ ตนยืนยันว่า ยากัญชานั้นมีความปลอดภัยแน่นอน ซึ่งที่ผ่านมา ได้แจกจ่ายกับคนไข้อย่างเป็นระบบ มีการซักถามประวัติกับผู้ป่วยกว่า 5 พันราย ซึ่งไม่ปรากฎความผิดปกติหรืออันตรายใดๆ
นายเดชา กล่าวต่อ ในการยื่นนิรโทษกรรม ตนยังต้องมีหลักฐานครอบครองกัญชา แต่กลับถูกตำรวจยึดไว้หมดแล้ว ไม่ทราบว่าเหตุใดเจ้าหน้าที่จึงเร่งรัดเข้าบุกค้นบ้านพัก พร้อมแจ้งข้อกล่าวหากับเจ้าหน้าที่มูลนิธิขวัญข้าว ตนมองเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องและมีพิรุธอย่างมาก จึงตั้งข้อสงสัยว่า อาจเป็นการกลั่นแกล้งจากกลุ่มทุนหรือไม่
นายเดชา กล่าวว่า ในเวลาประมาณ 10.00 น. วันที่ 11 เมษายนนี้ ตนและทีมทนายความจะเดินทางไปแสดงตัวต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) ถนนดินแดง เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ก่อนประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ กำหนดนัดหมายวันเข้าพบและรับทราบข้อกล่าวหา พร้อมปรึกษาทีมทนายดำเนินการเรื่องกฎหมาย รวมถึงแจ้งความดำเนินคดีกลับต่อเจ้าหน้าที่ที่บุกค้น หากพบว่าปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป
ส่วนกรณีที่สื่อบางสำนัก ตีข่าวว่าตนเปิดมูลนิธิปลูกข้าวบังหน้า แต่แท้จริงแล้วปลูกกัญชานั้น ตนต้องการให้เร่งทำเอกสารขอโทษอย่างเป็นทางการภายใน 5 วันมิฉะนั้นจะดำเนินการแจ้งข้อหาหมิ่นประมาทโดยซึ่งหน้าต่อไป ทั้งนี้ตนขอขอบคุณผู้สนับสนุนการต่อสู้คดีของตนและนายพรชัย ทุกๆ คน รวมถึงนายอนุทิน ชาญวีรกุล พรรคภูมิใจไทย(ภท.) และอีกหลานท่านที่ไม่อาจกล่าวได้ทั้งหมด

