เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 12 เมษายน ที่ สน.ศาลาแดง มีความคืบหน้าคดีเสี่ยธุรกิจอะไหล่รถ ขับรถขณะเมาสุรา ชนรถของรองผกก.สังกัดกองบังคับการปราบปราม ทำให้เสียชีวิตพร้อมภรรยา ส่วนบุตรสาวได้รับบาดเจ็บ ว่า พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร. กล่าวภายหลัง สอบปากคำ นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 57 ปี ผู้ต้องหา ผ่านไป 2 ชั่วโมง ว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนพิจารณาแล้ว เห็นควรแจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก่ นายสมชาย อีก เบื้องต้นมีทั้งสิ้น 5 ข้อหา ได้แก่ 1.ฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยเจตนา 2.พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา 3.ขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 4.ขับรถในขณะมึนเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส และ 5.ขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้มีทรัพย์สินได้รับความเสียหายเสียหาย ทั้งนี้ นายสมชาย ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธข้อหาที่ 1 และข้อหาที่ 2 แต่ยอมรับสารภาพในข้อหาที่ 3 ข้อหาที่ 4 และข้อหาที่ 5
รองผบ.ตร.กล่าวว่า วันนี้จะยังสอบปากคำไม่เรียบร้อย และยังไม่ได้นำตัว นายสมชาย ส่งศาลเพื่อฝากขัง เนื่องจากหลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะต้องประสานแพทย์นิติเวช เเละเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเพื่อขอผลตรวจร่างผู้เสียชีวิต และผลตรวจวัตถุพยานทางนิติวิทยาศาสตร์ ก่อนแนบผลส่งตัว นายสมชาย ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดตลิ่งชันดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนอาการของ น.ส.พิญาภา งามสุวิชชากุล อายุ 16 ปี บุตรสาวของผู้ตายทั้งคู่นั้นยังอยู่ในห้องไอซียู รพ.วิชัยเวช เเละจากข้อมูลทราบว่า ญาติๆ กำลังส่งประสานส่งตัวไปรักษาอาการต่อที่ รพ.กรุงเทพ ซึ่งได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดแล้ว
ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. ที่สน.ศาลาแดง พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ได้ร่วมกันทำการตรวจสอบรถยนต์คู่กรณี ซึ่งเป็นของกลางทั้ง 2 คัน คือ รถเก๋งยี่ห้อเบนซ์ รุ่น อี 250 สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ษฮ 789 กรุงเทพมหานคร และ รถเก๋งยี่ห้อซูซูกิ รุ่นสวิฟท์ สีขาว หมายเลขทะเบียน 2กก 3653 กรุงเทพมหานคร ก่อนจะเดินทางไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุซ้ำร่วมกันอีกครั้ง โดยมี นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ พาเหยื่อผู้พิการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เมาแล้วขับ จำนวน 2 ราย มาร่วมสังเกตการณ์ ซึ่งการเดินทางมาในวันนี้ นพ.แท้จริง ได้ทำการยื่นหนังสือเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผ่าน พล.ต.อ.วิระชัย โดยยื่นข้อเสนอให้ทางตำรวจดำเนินคดีกับ นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาในคดีนี้อย่างถึงที่สุด เพื่อเป็นเยี่ยงอย่างในการเตือนสติให้ผู้ขับขี่ยวดยานที่ดื่มสุรา ตระหนักถึงโทษภัยที่อาจเกิดขึ้นกับทั้งตนเอง และผู้ใช้รถใช้ถนน ต่อไปในอนาคต


