‘ชุดพยัคฆ์ไพร’ เดินหน้าตรวจจุดตั้งฐาน ‘ซิปไลน์’ เผยเบื้องต้นพบ ส.ค.1 บวม

เมื่อวันที่ 15 เมษายน นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร ประสานงานร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ ตรวจสอบหนังสือแสดงการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) ในจุดที่มีการเปิดให้บริการเครื่องเล่นซิปไลน์ “ไฟลท์ ออฟ เดอะ กิบบอน” บ้านแม่กำปอง ต.ห้วยแก้ว อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ ภายหลังเกิดเหตุนักท่องเที่ยวชาวแคนาดา ประสบอุบัติเหตุตกจากเครื่องเล่นจนเสียชีวิต ว่า ขณะนี้ชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร นำโดย นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา หัวหน้าชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร กำลังดำเนินการตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยวิธีการตรวจสอบจากเอกสารหลักฐานเทียบเคียงกับสภาพพื้นที่จริง ซึ่งขั้นตอนนี้จำเป็นต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง

นายชีวะภาพ กล่าวว่า สำหรับจุดที่ผู้ประกอบการกล่าวอ้างว่ามีการดำเนินกิจการซิปไลน์บน ส.ค.1 รวม 3 ฉบับนั้น เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบเพียง 2 ฉบับเท่านั้น คือ ส.ค.1 ฉบับที่ 52 และ ส.ค.1 ฉบับที่ 53
“เนื่องจากพบว่าเดิมมีการขอจดแจ้งพื้นที่ ส.ค.1 ทั้ง 2 ฉบับ รวม 14 ไร่ แต่ล่าสุดมีการขอออกเป็นโฉนด กับสำนักงานที่ดิน จ.เชียงใหม่ เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 29-30 ไร่ เมื่อรวมกับของเดิม 14 ไร่ รวมเป็นพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 45 ไร่ และขณะนี้เรื่องกำลังอยู่ในขั้นตอน ซึ่งมีการลงไปปักหมุด รังวัดที่ดิน เพียงแต่ยังไม่เสร็จสิ้นกระบวนการ ที่สำคัญเมื่อมีการลงพื้นที่ตรวจสภาพจุดที่มีการขอออกโฉนด พบว่ายังมีสภาพเป็นป่าสมบูรณ์ แต่เป็นที่ตั้งของกิจการซิปไลน์ ดังนั้น ส.ค.1 ทั้ง 2 ฉบับนี้ จึงต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะต้องให้โอกาสเจ้าของที่ดินได้นำเอกสารหลักฐานมาชี้แจง” นายชีวะภาพ กล่าวและว่า นอกจากนี้ ชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพรยังตรวจสอบพบว่า จุดที่สิ้นสุดกิจกรรมฐานซิปไลน์ มีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างล้ำออกไปจาก ส.ค.1 ทั้ง 2 ฉบับ พื้นที่ประมาณ 20 ตารางวา (ตร.ว.) คือ จุดที่เป็นสะพาน และห้องน้ำ สำหรับบริการนักท่องเที่ยว ขณะนี้เจ้าหน้าที่จึงอยู่ระหว่างดำเนินการรวบรวมหลักฐานรายงานไปยังผู้บังคับบัญชา และเตรียมหลักฐานแจ้งความเอาผิดกับผู้ประกอบการด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า คาดว่าการตรวจสอบจะเสร็จสิ้นและได้ข้อสรุปทั้งหมดภายในสัปดาห์นี้หรือไม่ นายชีวะภาพ กล่าวว่า ขณะนี้ยังตอบไม่ได้ เพราะทุกขั้นตอนต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ และต้องให้โอกาสและให้ความเป็นธรรมกับเจ้าของที่ดินที่กล่าวอ้างและผู้ประกอบการด้วย อย่างไรก็ตาม หากตรวจพบว่าเจ้าของที่ดินมีการกล่าวอ้างครอบครองที่ดินเกินกว่าเอกสารที่มีอยู่ และรุกล้ำพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติจริง กรมป่าไม้ก็จำเป็นต้องดำเนินคดีจนถึงที่สุดเช่นกัน

เมื่อถามอีกว่า การเปิดธุรกิจเครื่องเล่นซิปไลน์ที่มีอยู่หลายแห่งในประเทศไทยขณะนี้ เข้าข่ายผิดกฎหมายทั้งหมดหรือไม่ นายชีวะภาพ กล่าวว่า ธุรกิจเครื่องเล่นซิปไลน์ต้องดำเนินการในพื้นที่ขนาดใหญ่ เป็นเรื่องของนันทนาการ มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ ทั้งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป่าไม้ พ.ศ.2484 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 และ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2535 ซึ่งหลายแห่งก็มีการดำเนินการอย่างถูกต้อง เช่น ที่ จ.ภูเก็ต

“ถ้าจะทำให้ถูกกฎหมายจะต้องดำเนินการ 1.ต้องสร้างในที่ดินที่มีโฉนดถูกต้องตามกฎหมาย หรือมีการขออนุญาตจากกรมป่าไม้อย่างถูกต้อง 2.หากดำเนินกิจการในที่ดินมีโฉนด จะต้องขออนุญาตปลูกสร้างอาคาร 3.ถ้ามีการลักลอบทำกิจการในพื้นที่ป่าสงวนฯ จะมีความผิดทั้ง พ.ร.บ.ป่าสงวนฯ และ พ.ร.บ.ควบคุมอาคารฯ” นายชีวะภาพ กล่าว

บทความก่อนหน้านี้เปิดรายชื่อ 10 อุทยานฯ สุดฮอตคนแห่เที่ยวสงกรานต์ “ตาดโตน จ.ชัยภูมิ” มาอันดับหนึ่ง
บทความถัดไป‘ทวี สอดส่อง’ไม่เห็นด้วยข้อเสนอ’รบ.แห่งชาติ’ ชี้ไม่ยึดหลักปชต.