ผบ.ตร.สั่งล่าตัว โจ๋ป่วนยกพวกตีกันใน รพ.บางสะพานน้อย มาดำเนินคดี

16.04.19 | 17:12 น.

เมื่อวันที่ 18 เม.ย.พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีที่มีกลุ่มคนทำร้ายร่างกายกันในโรงพยาบาลบางสะพานน้อย ต.บางสะพานน้อย อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2562 เวลาประมาณ 22.00 น.ว่า


ได้รับรายงานจาก สภ.บางสะพานน้อย ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2562 เวลาประมาณ 22.00 น. สถ.บางสะพานน้อย ได้รับแจ้งเหตุมีกลุ่มคนร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น ภายในโรงพยาบาลบางสะพานน้อย ต.บางสะพานน้อย อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ พนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันตรวจสถานที่เกิดเหตุ วาดแผนที่เกิดเหตุโดยสังเขป จากการสอบถามพยานเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการทะเลาะวิวาทที่อื่น และอยู่ระหว่างการรักษาตัว โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจกับเจ้าหน้าที่ทหาร รักษาความสงบเรียบร้อยในระหว่างที่รอการรักษา จากนั้นพวกของผู้บาดเจ็บ และกลุ่มคู่อริได้มีปากเสียงกันและมีการทำร้ายร่างกายกัน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไประงับเหตุไว้ได้ ส่วนผู้กระทำผิดแยกย้ายกันหลบหนี ในส่วนของโรงพยาบาลบางสะพานน้อยไม่มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ และมีทรัพย์สินของโรงพยาบาลได้รับความเสียหาย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สืบสวนสอบสวนเพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

Advertisement

รองโฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า พนักงานสอบสวน สอบปากคำพยาน รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงและพิสูจน์ทราบถึงตัวผู้กระทำความผิด จากนั้นจะนำตัวมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้สั่งการเร่งนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว พร้อมกำชับผู้บังคับบัญชาทุกพื้นที่ ให้กำหนดมาตรการป้องกันเหตุ การออกตรวจตราและบูรณาการกับ ทหาร ฝ่ายปกครองและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยหากเกิดเหตุต้องติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดได้โดยเร็ว

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนต้องดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน ด้วยความรอบครอบ รวดเร็ว เป็นธรรม อาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงกับผู้ที่ก่อเหตุเป็นสำคัญ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน

พร้อมกันนี้ขอเตือนเยาวชนว่า อย่าใช้ความคึกคะนอง เอากฎหมู่อยู่เหนือกฎหมายบ้านเมือง ขอให้ตั้งสติให้ดี และอย่าใช้อารมณ์ เมื่อเห็นว่าคู่กรณีกระทำความผิดจริงควรจะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่าตัดสินใจโดยพลการ เพราะอาจเกิดความสูญเสียขึ้นได้ อย่าลืมว่าเหตุดังกล่าวที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอุทาหรณ์ได้เป็นอย่างดี ผิดถูกไปว่ากันที่โรงพัก เนื่องจากที่ผ่านมาเกิดเหตุลักษณะนี้บ่อยครั้ง ทุกกรณีเกิดจากการใช้อารมณ์ ตนเชื่อว่าปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้