ชอบที่อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รุ่นก่อน สอนน้อง
หลังจากสอนหลักการให้แนวคิดการทำงานแล้ว สมชัย จึงประเสริฐ อดีต กกต.ก็เล่าว่า ในอดีตเคยมีกรณีที่ กกต.ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ แต่ปรากฏว่าศาลรัฐธรรมนูญตอบกลับมาว่า “ไม่ใช่ที่ปรึกษากฎหมายของ กกต.”
ประโยคนี้ลึกซึ้ง สอนคนเราว่า อย่าสับสนระหว่าง “ส่วนตัว” กับ “ส่วนรวม” อย่าปะปนจนเปะปะระหว่าง “ประโยชน์สาธารณะ” กับ “ประโยชน์หมู่คณะ”
“สมชัย จึงประเสริฐ” จึงว่า การที่ กกต.คณะนี้ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความสูตรการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อนั้น หากไม่เข้าเงื่อนไขหรือถ้าเกินเลยอำนาจหน้าที่ ศาลรัฐธรรมนูญอาจไม่รับเรื่องไว้พิจารณา
ทางออกของเรื่องนี้คือ ต้องรู้จักตัวเองว่า คุณคือใคร มีตำแหน่งใด ทำหน้าที่อะไร
กล่าวคือ ความอยากมี อยากเป็น อยากได้ ของคนเรานั้น นอกจากจะต้องอาศัยคุณสมบัติ
กับ ต้องมีพวกช่วยส่งเสริมแล้ว ยังจะต้องมี “ความสามารถเฉพาะ” ที่เหมาะกับตำแหน่ง เหมาะกับการทำหน้าที่นั้นๆ ได้อย่างมีคุณภาพและมีศักดิ์ศรี
จะว่าไป แค่คิดให้ซื่อๆ ทำให้ตรงๆ ตามกฎเกณฑ์ที่ใช้อยู่ ปัญหาที่ถูกกระพือก็จะไม่ขยายวง บานปลาย แม้กติกาจะพิลึกพิลั่นก็คงไม่มีใครว่าอะไร กกต.ได้
เพียงแต่ต้องเอาใจใส่และแสดงความสามารถให้เห็นเป็นประจักษ์
เลือกตั้งของไทยแค่หยิบมือเดียว เกือบ 1 เดือน ยังอึมครึม ประกาศผลอย่างเป็นทางการไม่ได้ !!
เลือกตั้งอินเดีย มีผู้ใช้สิทธิ 900 ล้านคน ในพื้นที่ประเทศอันกว้างใหญ่ไพศาล มีหน่วยเลือกตั้งอยู่นับล้าน แต่ละรัฐตั้งแต่ตะวันออกยันตะวันตก จากเหนือสุดไปใต้สุด ต้องทยอยเลือกตั้งกันตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน จนถึงวันที่ 19 พฤษภาคมจึงจะเสร็จ
ใช้เวลาลงคะแนนเสียงกันถึง 39 วัน
แต่ “กกต.อินเดีย” นับคะแนนในวันที่ 23 พฤษภาคม “วันเดียวเสร็จ” !
“กกต.อินเดีย” ยังกล้ามีคำสั่งห้ามรัฐบาลหาเสียง หรือประกาศนโยบายใหม่ใดๆ ด้วยเงินที่มาจากภาษีประชาชน และห้ามทหารยุ่งกับการหาเสียง
กระบวนการที่ได้มาซึ่ง “กกต.” ของอินเดียเป็นอย่างไรไม่ทราบ แต่เมื่อได้ชื่อว่าเป็น “กกต.” มีตำแหน่ง มีหน้าที่ ก็ “ทำหน้าที่” นั้นอย่างมั่นคง ซื่อตรง และกล้าหาญ
เกียรติภูมิของการดำรง “ตำแหน่ง” เกิดจากการทำหน้าที่
ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะแต่งตั้ง หรือหยิบยื่นให้ได้ !?!!

