หญิงวัย 68 ปี แพ้คดีแค้นชักปืนยิง และใช้มีดกระหน่ำแทงอดีตคนรักวัย 77 ปี ดับคาร้านขายของชำ ก่อนที่ป้าจะวิ่งเข้าไปในห้องน้ำกรีดข้อมือตัวเองหวังฆ่าตัวตายที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี
เมื่อเวลา 16.50 น. วันที่ 19 เมษายน พ.ต.อ.ศิริชัย ไชยดี ผู้กำกับการ สภ.บ้านโป่ง พ.ต.ต.ยุทธนา ภูเก้าแก้ว สารวัตรเวร สภ.บ้านโป่ง พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานภูธร จ.ราชบุรี แพทย์เวร รพ.บ้านโป่ง และเจ้าหน้าที่มูลนิธิรวมใจการกุศลราชบุรี เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุหลังได้รับแจ้งเหตุฆ่ากันตายภายในร้านขายของชำ เลขที่ 149 ริมถนนสายเขางู – เบิกไพร หมู่ 13 ต.คุ้งพยอม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี
โดยที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือนายอดุลย์ ผิวนวล อายุ 77 ปี เป็นเจ้าของร้าน ศพอยู่ในสภาพนอนหงายจมกองเลือดอยู่ภายในร้าน ตรวจสอบพบมีดปลอกผลไม้ปลายแหลม ด้ามมีดสีส้ม ปักคาอยู่กลางหน้าอก พร้อมกับบาดแผลถูกมีดแทงและถูกยิงตามลำตัว แขนและขา รวม 9 แห่ง นอกจากนั้นยังพบหัวกระสุนปืนขนาด 11 มม. ตกอยู่ 2 หัว และพบอาวุธปืน คิงคอบร้า ตกอยู่ หน้าร้าน ภายในพบปลอกกระสุน 2 ปลอก และยังพบกระสุนปืนขนาด 11 มม. ตกอยู่ 2 นัด
ส่วนผู้ลงมือสังหารโหด มีผู้เห็นหตุการณ์แจ้งว่าคือ นางบำรุง เรืองพินทร์ อายุ 68 ปี ได้วิ่งหลบหนีไป เจ้าหน้าที่พร้อมด้วยชาวบ้านจึงช่วยกันออกติดตามตัวและพบว่า แอบหลบไปแอบซ่อนตัวอยู่ภายในห้องน้ำของร้านขายของชำ แต่นางบำรุง ใช้มีดจี้คอตัวเอง เพื่อไม่ให้ตำรวจจับ พ.ต.อ.ศิริชัย ไชยดี ผู้กำกับการ สภ.บ้านโป่ง ได้พูดจาเกลี้ยกล่อมใช้เวลาอยู่พักใหญ่ นางบำรุงจึงยอมทิ้งมีดแล้วมอบตัว โดยพบว่ามีบาดแผลมีดกรีดที่ข้อมือจนเลือดออก เจ้าหน้าที่ต้องเร่งนำตัวส่ง รพ.บ้านโป่ง เพื่อช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน

จากการสอบสวนทราบว่า นายอดุลย์ ผู้ตายเป็นอดีตข้าราชการฝ่ายทะเบียนราษฎร์ อำเภอแห่งหนึ่งของ จ.ราชบุรี และได้รับรางวัลผู้ประพฤติปฏิบัติตนชอบด้วยความซื่อสัตย์สุจริตตลอด 25 ปี หลังจากเกษียณอายุราชการ ก็ได้ใช้พื้นที่หน้าบ้านเปิดเป็นร้านขายของชำหารายได้ กระทั่งนายอดุลย์ ผู้ตายได้รู้จักและคบหากับนางบำรุงอยู่ 2 ปี สุดท้ายกลับกลายเป็นความบาดหมางเรื่องทรัพย์สิน ที่ดินและเงินทอง จนถึงขั้นฟ้องศาล ซึ่งในที่สุดนายอดุลย์ เป็นฝ่ายชนะคดี และมีคำสั่งห้ามไม่ให้นางบำรุง เข้ามาใกล้หรือยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวของนายอดุลย์อีก จึงสร้างความโกรธแค้นเป็นอย่างมาก
ก่อนเกิดเหตุนางบำรุง ได้เดินเข้ามาในร้านเพื่อพูดคุยกับนายอดุลย์ และเกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง จึงได้ชักอาวุธปืน คิงคอบร้า ที่เตรียมมายิงใส่ นายอดุลย์ จนล้มลง แล้วนางบำรุง ก็นำมีดปอกผลไม้ที่เตรียมมาด้วย กระหน่ำแทงร่าง นายอดุลย์ จนเสียชีวิต ก่อนที่จะวิ่งหลบหนีไปทางหลังบ้าน ด้วยความตกใจจึงได้ทำอาวุธปืน และกระสุนปืนตกไว้ที่พื้น ก่อนเข้าไปซ่อนตัวในห้องน้ำ พร้อมกับในมือมีมีดพับอีกด้ามหนึ่งที่ติดตัวมาด้วย จึงได้ทำการกรีดข้อมือซ้ายตัวเองเพื่อจะฆ่าตัวตายหนีความผิด แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัว แล้วนำตัวส่งโรงพยาบาล พร้อมทำการอายัดตัวนางบำรุง ผู้ต้องหาไว้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

