เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 20 เมษายน ร.ต.อ.ต่อเงิน วัฒนกูล พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตถูกแทงภายในบ้านเลขที่ 100 ซอยทองหล่อซอย 5 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พร้อมแพทย์นิติเวช รพ.จุฬาฯ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) อาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุเข้าซอยไปประมาณ 100 เมตร เป็นคฤหาสน์หรูสูง 2 ชั้น ขนาดใหญ่ เนื้อที่มากกว่า 4 ไร่ มีรั้วรอบขอบชิด เป็นบ้านของผู้บริหารบริษัท อีเทอนัล เรซิ่น จำกัด, บริษัท ไทย เคเค อุตสาหกรรม จำกัด และบริษัทอีเทอนัล โชวา ไฮโพลิเมอร์ จำกัด ผลิตและจำหน่ายเคมีภัณฑ์ เรซิ่น สติ๊กเกอร์ ผลิตภัณฑ์พลาสติก ชิ้นส่วนยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์
จากการตรวจสอบทางเดินข้างตัวบ้านติดกับรั้วฝั่งขวาของบ้านพบศพนายคำพันธ์ ชนะบุญ อายุ 62 ปี ชาว จ.ศรีสะเกษ รปภ.ของบ้านหลังดังกล่าวสวมเสื้อยืดสี กางเกงสแล็คขายาวสีดำ มีบาดแผลถูกแทงด้วยอาวุธมีดปลายแหลมเข้าที่ปากและชายโครงด้านซ้ายและหน้าท้อง นอนเสียชีวิตเลือดไหลนองทั่วบริเวณ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1-2 ชม. ในที่เกิดเหตุยังพบมีดทำครัวปลายแหลมเปื้อนเลือด ความยาวประมาณ 4 นิ้ว ตกอยู่ในที่เกิดเหตุจึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบถามนายบุญส่ง เฉียวฉวี อายุ 63 ปี หัวหน้า รปภ.บ้านหลังดังกล่าว เผยว่า ผู้ก่อเหตุดังกล่าวคือนายบุญเลิศ วิงประวัติ อายุ 60 ปี ชาว จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบ้านหลังดังกล่าว และพักอาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว ก่อนเกิดเหตุนายบุญเลิศได้ออกไปตลาดเพื่อซื้อกับข้าวและกำลังจะกลับเข้าบ้านเพื่อมาเปลี่ยนเวรกับนายคำพันธุ์ ผู้ตายซึ่งเข้าเวรดึกและกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ กระทั่งนายบุญเลิศกลับมาจากการจ่ายตลาด ได้กดกริ่งเรียกให้คนในบ้านเปิดประตูหน้าบ้าน แต่ผู้ตายมาเปิดช้าเลยมีปากเสียงกัน จนกระทั่งมาเกิดเหตุดังกล่าว
นายบุญส่งเผยต่อว่า ส่วนตัวนายบุญเลิศผู้ก่อเหตุมีอารมณ์แปรปรวนค่อนข้างรุนแรง เคยมีปากเสียงเรื่องงานกับตนเคยจะใช้มีดแทงตนเองมาแล้ว ก่อนหน้านี้เคยจะไล่ผู้ก่อเหตุออก 2 ครั้ง แต่เจ้าของบ้านได้ขอให้ผู้ก่อเหตุอยู่ต่อเนื่องจากเห็นว่าดูแลบ้านมานานแล้ว 28 ปี ส่วนผู้ตายเป็นคนค่อนข้างที่จะเงียบ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร จึงไม่ทราบว่ามีเรื่องผิดใจกันมาก่อนหน้านี้หรือไม่ ซึ่งผู้ก่อเหตุกับผู้ตายทำงานร่วมกันมากว่า 20 ปี ไม่คิดว่าจะมีเรื่องผิดใจกันและก่อเหตุสลดดังกล่าวขึ้น
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องและเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

