ช่วยสาวสอง-หญิงท้องจากซ่องที่รัฐฉาน ‘ทูตตำรวจ’ เตือนเอเยนต์ โมเดลลิ่งพาทำงานเมียนมา ระวังเสียรู้!!

21.04.19 | 18:08 น.
พ.ต.อ.ธีรุตม์เทวัญ มังคละวัชร์ (ภาพเล็ก)

เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ต.อ.ธีรุตม์เทวัญ มังคละวัชร์ ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจ ประจำกรุงย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก Dirutdevan Mangalavach ว่า ฝากเตือนมายังน้องๆ คนไทย ไม่ว่าสาวแท้สาวสอง ถ้ามีใครชวนข้ามฝั่งไปทำงานบริการที่เมียนมา โปรดระมัดระวัง อาจลงเอยเหมือนสาวข้ามเพศรายนี้ ที่ถูกบังคับค้าประเวณีในสถานบริการที่เมืองลา รัฐฉาน ติดกับประเทศจีน แม้จะครบกำหนดตามสัญญาทำงาน ซึ่งเอเยนต์จะบอกว่าไม่ใช่การค้าประเวณี นายจ้างก็ไม่ยอมปล่อยตัว

“เคสนี้ยังโชคดีที่ผู้เสียหายติดต่อกลับที่บ้านได้ และแม่ได้ขอความช่วยเหลือมายังกงสุล และผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจ ย่างกุ้ง สามารถประสานทางการเมียนมาช่วยเหลือออกมาได้ แต่กว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการ และส่งตัวกลับได้ ก็ต้องพักอยู่ที่หน่วยงานรัฐเมียนมาเกือบ 3 สัปดาห์ เพิ่งได้กลับไทยทางด่าน ตม.แม่สาย เมื่อวานนี้ (20 เมษายน 62) ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่เมียนมาที่เกี่ยวข้องทุกท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พ.ต.อ.Thet Naung รอง หน.ตำรวจต่อต้านการค้ามนุษย์ ที่ได้ให้ความช่วยเหลือจนสำเร็จ ขอบคุณ พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5, พ.ต.อ.ชัชชัย สำเนียง ผกก.ตม.จว.เชียงราย (แม่สาย) และทีมงาน ที่กรุณาประสานงานรับตัวผู้เสียหายอย่างเป็นที่เรียบร้อยครับ” ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจ ประจำกรุงเมียนมา โพสต์ข้อความ

ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจ เปิดเผยถึงเรื่องราวของสาวสองรายนี้ว่า ลำดับเหตุการณ์เริ่มจากผู้เสียหายติดต่อกับเอเยนต์ผ่านทางกลุ่มจัดหานางแบบ โมเดลลิ่ง ในเฟซบุ๊ก และตกลงทำงานในร้านคาราโอเกะ มีระยะเวลา 2 เดือน โดยเดินทางด้วยรถโดยสารจาก กทม.ไป อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อประมาณเดือนมกราคม 2562 จากนั้นมีชาวเมียนมาไม่ทราบชื่อขับรถแวนทะเบียนเมียนมา มารับที่สถานีขนส่ง แล้วนำข้ามแดนช่องทางธรรมชาติ โดยไม่ผ่านกรรมวิธีตรวจคนเข้าเมือง และเดินทางต่อไปเมืองลา ซึ่งอยู่ในเขตอิทธิพลว้า ติดประเทศจีน

“เมื่อไปถึงที่ร้านได้พบกับสาวไทยประมาณ  10 คน เวียดนามประมาณ 15 คน ที่ทำงานอยู่ก่อน โดยผู้เสียหายอ้างว่าทุกคนถูกบังคับให้ขายบริการ โดยทุกครั้งที่ออกไปกับลูกค้าจะมีคนของร้านไปควบคุมติดตามเมื่อครบกำหนด 2 เดือนตามที่ตกลง เจ้าของร้านไม่ยอมปล่อยกลับ โดยยึดพาสปอร์ตไว้”

“ผู้เสียหายติดต่อแม่ให้ช่วยเหลือ แม่ไปขอความช่วยเหลือผ่านกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล โดยมีการส่งเรื่องผ่านมาที่ฝ่ายกงสุล สถานเอกอัครราชทูตไทยกรุงย่างกุ้ง ซึ่งได้แจ้ง ผู้ช่วยทูตตำรวจย่างกุ้ง ทราบและประสานตำรวจเมียนมา เมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคม ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจ  ได้ประสานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมียนมา (MPF: Myanmar Police Force) และหน่วย ต่อต้านการค้ามนุษย์ ตร.เมียนมา (ATIPD: Anti-Trafficking in Person Division) ต่อมาช่วงต้นเดือนเมษายน 2562  ATIPD แจ้งว่าสามารถช่วยเหลือผู้เสียหายได้แล้ว แต่ต้องรอกระบวนการสอบปากคำและอนุมัติส่งตัวกลับไทย”

“ระหว่างนั้น ผู้เสียหายแจ้งว่ายังมีเพื่อนอีก 2  คน เป็นหญิง  ต้องการให้ช่วยเหลือกลับประเทศไทยด้วยผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจ จึงได้ประสานแจ้งข้อมูลเพิ่มเติม ต่อมาภายหลังทราบว่าเจ้าของร้านยินยอมปล่อยตัว 1 คนกลับ เนื่องจากตั้งครรภ์ ส่วนอีก 1 คน ยินยอมอยู่ทำงานจนครบกำหนด ซึ่งทั้ง 2 คนนี้ ตร.เมียนมา พิจารณาเห็นว่าไม่ใช่เหยื่อ จึงไม่ได้ปฏิบัติการช่วยเหลือและนำมาพักฟื้นเหมือนผู้เสียหาย ส่วนสาวสองผู้เสียหายนั้น วันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา มีคำสั่งอนุมัติให้ส่งตัวผู้เสียหายกลับไทยได้ โดยผ่านช่องทางชายแดนบก สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 (ท่าขี้เหล็ก-แม่สาย) ในวันที่ 20 เมษายน จึงแจ้งฝ่ายกงสุลทราบเพื่อติดต่อแจ้งญาติผู้เสียหาย ติดต่อประสานงานกับ ตม.จ.เชียงราย เพื่อประสานงานการรับตัวผู้เสียหาย ก่อนส่งมอบให้ญาติต่อไปพร้อมประสานงานหน่วยงาน ตำรวจไทย ที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายผล หากพบการกระทำผิดลักษณะเป็นการค้ามนุษย์หรือผิดกฎหมายอื่นๆ จะได้ดำเนินการสืบสวนปราบปรามต่อไป”  พ.ต.อ.ธีรุตม์เทวัญ  ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจประจำกรุงย่างกุ้ง เผย

Advertisement
ข้อมูลกรุ๊ปไลน์สถานบริการในเมืองลา ที่พบว่ามีหญิงไทยและหญิงเอเซียจำนวนมากอยู่ในกลุ่ม บางส่วนถูกหลอกลวงค้าประเวณี