เมื่อวันที่ 23 เมษายน ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง พล.ต.ต.ดำรัส วิริยะกุล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เรียก พล.ต.ต.นุกูล ไกรทอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง พ.ต.อ.พชร ธรรมรักษา ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดตรัง และ พ.ต.ท.ประเสริฐ สงแสง รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.เมืองตรัง ร่วมประชุมสำนวนคดีนายชยพล หรืออาคม เสียมไหม อายุ 34 ปี หรือคม แหลมสอม ผู้ต้องหาในคดีฆ่านายสิริพล แต้มประสิทธิ์ และพวก ภายในผับกลางเมืองตรังโรงเหล้ามหานคร ถนนพัทลุง ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง และบาดเจ็บ 6 คน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2561
ต่อมา ทางตำรวจได้ขอหมายศาลที่ 480/2561 ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 คดีที่ 2042/2561 จับกุมนายอาคม ตั้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พยายามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยนายอาคมหลบหนีการจับกุมไปกบดานประเทศเพื่อนบ้าน ล่าสุดถูกตำรวจจับกุมและควบคุมตัวมาดำเนินคดีที่ สภ.เมืองตรัง จ.ตรัง เมื่อวันที่ 20 เมษายน และพนักงานสอบสวนได้นำตัวไปฝากขังศาลจังหวัดนัดแรกแล้วเมื่อวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา
ทั้งนี้ พล.ต.ต.ดำรัสใช้เวลาในการรับฟังการแจกแจงรายละเอียดของสำนวนคดีนานกว่า 1 ชม. พร้อมเสนอแนะแนวทางในการสอบปากคำพยานบุคคล การเสาะแสวงหาพยานแวดล้อม เพื่อนำมารวบรวมไว้เป็นพยานหลักฐานให้แน่นหนา โดยเฉพาะหลักฐานสำคัญ ทั้งการสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ วัตถุพยาน กระสุนปืน ปลอกกระสุน ทั้งที่ตกในจุดเกิดเหตุ รวมทั้งที่เก็บได้จากผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจะต้องตรงกัน ส่วนอาวุธปืนจนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังติดตามตรวจยึดไม่ได้
พล.ต.ต.ดำรัสกล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ให้มาติดตามในหลายคดีที่เกิดขึ้นใน จ.ตรัง โดยเฉพาะคดีคนร้ายก่อเหตุยิงกันภายในสถานบริการ ตนก็ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนนำสำนวนคดีมาแถลงถึงความคืบหน้าให้ทราบ จากการที่ได้ตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายได้แล้ว เชื่อว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินการสั่งฟ้องผู้ต้องหารายนี้ ไม่มีอะไรให้น่าเป็นห่วง โดยทางตำรวจภูธรจังหวัดตรังได้ควบคุมการสอบสวนได้เป็นอย่างดี ส่วนจะมีใครเกี่ยวข้องหรือสนับสนุนให้ผู้ต้องหาก่อเหตุในคืนดังกล่าวเพิ่มเติมหรือไม่ ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนมีหลักฐานหลายอย่าง รวมถึงขั้นตอนการกระทำความผิดต่างๆ โดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพได้ รายละเอียดต่างๆ อยู่ในสำนวนการสอบสวนทั้งหมดแล้ว
พล.ต.ต.ดำรัสกล่าวอีกว่า ขณะนี้มีนายชยพลตกเป็นผู้ต้องหาเพียงคนเดียว ส่วนจะมีบุคคลอื่นร่วมหรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ส่วนอาวุธปืนที่ผู้ต้องหาใช้ในการก่อเหตุทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถติดตามตรวจยึดคืนมาได้ก็ไม่เป็นปัญหา เพราะมีวัตถุพยานและพยานหลักฐานอีกหลายอย่างปรากฏชัด แน่นหนา สมบูรณ์ในการยืนยันการกระทำความผิดอยู่แล้ว แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ยังต้องติดตามค้นหาอาวุธปืนต่อไป
“ส่วนคดีเก่าที่นายชยพลร่วมกับพวกใช้อาวุธปืนสงคราม M16 ไล่ยิงถล่มนักเที่ยวที่ออกจากสถานบันเทิงเดียวกัน เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 8 สิงหาคม 2560 จนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 คน ปรากฏว่าหลังตำรวจส่งสำนวนคดีให้อัยการพิจารณาคดีสั่งฟ้อง ปรากฏว่าอัยการสั่งไม่ฟ้อง เป็นเหตุให้ฝ่ายตรวจสอบสำนวน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ซึ่งพบหลักฐานข้อเท็จจริงสำคัญที่ยืนยันว่าผู้ต้องหากระทำความผิด จึงมีความเห็นแย้งว่าสมควรส่งฟ้องผู้ต้องหา จึงได้ส่งเรื่องไปให้อัยการสูงสุดพิจารณา ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอการพิจารณาชี้ขาดของอัยการสูงสุด” พล.ต.ต.ดำรัสกล่าว

