อดีตผู้สื่อข่าวทีวีร้องกองปราบฯถูกสามีอดีตนักข่าว นสพ.หัวใหญ่ ทำร้ายร่างกาย-ล็อกไม่ให้เข้าบ้าน ห้ามไม่ให้เจอลูก
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 24 เมษายน ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) น.ส.สุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง กรรมการและเลขานุการมูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม พร้อมด้วย น.ส.เอ (นามสมมุติ) อดีตผู้สื่อข่าวสายการเมืองสถานีวิทยุโทรทัศน์ช่องหนึ่ง เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.พิชานน ปลื้มสุด รอง สว.(สอบสวน) กก.1 บก.ป.เข้าร้องขอความเป็นธรรมหลังถูกสามีซึ่งเป็นอดีตนักข่าวสำนักพิมพ์ชื่อดังบนถนนย่านวิภาวดีรังสิต ทำร้ายร่างกายและจิตใจมานานกว่า 3 ปี ตั้งแต่ตอนตั้งครรภ์ได้ 4 เดือน
น.ส.เอกล่าวว่า ตนเองอยู่กินกับสามีมากว่า 3 ปี ก็ถูกสามีทำร้ายร่างกายและจิตใจมาโดยตลอด ทั้งเอาหัวโขกพื้น มัดมือมัดเท้าด้วยพลาสติกพันสายไฟ หนักที่สุดคือถูกสามีและแม่สามีกระทืบ ซึ่งสาเหตุคาดว่ามาจากความเห็นในการเลี้ยงลูกไม่ตรงกัน โดยตนเลี้ยงลูกแบบสมัยใหม่ แต่อีกฝ่ายจะเข้มงวดกว่ามาก นอกจากนี้ในช่วงหลังคลอด ตนยังถูกสามีกล่าวหาว่าเป็นวิกลจริต เนื่องจากต้องไปพบกับจิตแพทย์ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่แม่ต้องเข้าตรวจสภาพติดใจ โดยตนมีเอกสารรับรองจากแพทย์ แต่ก็ถูกทำร้ายร่างกายเรื่อยมา
น.ส.เอกล่าวอีกว่า กระทั่งเมื่อวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา ทางสามีได้เปลี่ยนแม่กุญแจหน้าบ้าน ทั้งพูดจาข่มขู่กีดกันไม่ให้ตนเองพบหน้าลูกสาวอายุ 1 ขวบ 3 เดือน จึงไปแจ้งความที่ สน.บางกอกน้อย ก่อนจะกลับไปที่บ้านพร้อมตำรวจเพื่อขอพบหน้าลูกสาว แต่สามีก็ไม่ยินยอมและให้ตนไปฟ้องศาลแทน ส่วนแม่สามี หลังทราบว่าตนไปแจ้งความจึงขอไกล่เกลี่ย และรับปากจะไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นอีก ตนจึงเชื่อและไปถอนแจ้งความ แต่เมื่อกลับมาใช้ชีวิตด้วยกัน ก็ถูกสามีทำร้ายร่างกายอีก ตนจึงอยากให้ตำรวจช่วยดำเนินการและพาไปพบเจอลูกสาว รวมถึงเข้าไปเอาเอกสาร และเสื้อผ้าภายในบ้านของสามี เนื่องจากก่อนหน้านี้ ตนเคยไปขอความช่วยเหลือมูลนิธิต่างๆ แต่ก็ไม่ได้รับความช่วยเหลือแต่อย่างใด
ด้าน น.ส.สุเพ็ญศรีกล่าวว่า ปัจจุบันมีกฎหมายคุ้มครองสตรีที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในครอบครัวบังคับใช้ แต่เจ้าหน้าที่กลับไม่ทำหน้าที่เข้าดำเนินการช่วยเหลือตามกฎหมาย จึงอยากฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่มีส่วนสำคัญในการแก้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว
เบื้องต้น ร.ต.อ.พิชานน กล่าวภายหลังประสานไปยังพนักงานสอบสวน สน.บางกอกน้อย ได้รับแจ้งว่า สามีผู้เสียหายจะนำทรัพย์สินส่วนตัวของผู้เสียหายมาส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ที่โรงพยาบาล ส่วนเรื่องการขอรับบุตรไปนั้น จะเป็นเรื่องทางกระบวนการศาลว่าทางสามีจะยินยอมให้ น.ส.เอ รับไปเลี้ยงดูหรือไม่ ส่วนเรื่องทางคดี ทางตำรวจได้รับเรื่องไว้ โดยยังอยู่ระหว่างรอผลตรวจร่างกายว่าผู้เสียหายมีอาการบาดเจ็บอย่างไร ก่อนเรียกตัวสามีมาพบ เพื่อสอบปากคำต่อไป


