เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม แหล่งข่าวแวดวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการอาหาร ที่มีปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)เป็นประธาน ได้มีการพิจารณาแนวทางการปรับเปลี่ยนประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 375) พ.ศ.2559 เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการนำเข้าอาหารที่มีความเสี่ยงจากโรควัวบ้า เนื่องจากมีหลายประเทศมองว่า ประกาศดังกล่าวเข้มงวดเกินไป และไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากลขององค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (Office International des Epizooties; OIE) ซึ่งกรณีดังกล่าวในแวดวงสาธารณสุขที่ทราบเรื่อง เกิดคำถามว่า ประกาศของกระทรวงสาธารณสุข มีความเข้มงวดมากในการควบคุมโรควัวบ้า ทั้งการควบคุมการนำเข้าอวัยวะต่างๆ รวมทั้งกะโหลก กระดูกสันหลัง จึงเกิดคำถามว่า การควบคุมเช่นนี้ไม่ดีหรืออย่างไร และหากยกเลิกประกาศดังกล่าวจะส่งทำให้ประเทศไทยเสี่ยงรับเชื้อวัวบ้าหรือไม่
ด้าน นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) กล่าวว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการอาหารยังไม่มีมติใดๆ ในการแก้ประกาศกระทรวงฯดังกล่าว เบื้องต้นเป็นเพียงการหารือว่า จำเป็นต้องมีการปรับแก้เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันหรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ได้จัดทำประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 375) พ.ศ.2559 เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการนำเข้าอาหารที่มีความเสี่ยงจากโรควัวบ้า ขึ้น และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2559 แต่จะบังคับใช้จริงในช่วงเดือนกรกฎาคม 2559 ซึ่งเป็นประกาศเกี่ยวกับการควบคุมการนำเข้าเนื้อโคในกลุ่มประเทศต่างๆ ที่มีการแบ่งกลุ่มความเสี่ยงจากโรควัวบ้าไว้ ตั้งแต่กลุ่มที่ 1 กลุ่มประเทศหรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจากโรควัวบ้าน้อยมาก กลุ่มที่ 2 กลุ่มประเทศหรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจากโรควัวบ้าที่ควบคุมได้ กลุ่มที่ 3 กลุ่มประเทศหรือพื้นที่ที่ยังไม่มีการประเมินความเสี่ยงจากโรควัวบ้า โดยแต่ละกลุ่มก็จะมีเกณฑ์การควบคุมโรคที่แตกต่างกันไป อาทิ เนื้อถอดกระดูก ต้องได้จากโคที่ผ่านขั้นตอนการฆ่าและชำแหละ แต่ต้องผ่านการตรวจโรคก่อน เป็นต้น ซึ่งมีรายละเอียดอีกมาก
“หลังจากออกประกาศดังกล่าว ทางประเทศไทยจำเป็นต้องทำหนังสือเวียนไปยังประเทศต่างๆ ปรากฏว่ามีเสียงท้วงติงว่า เพราะเหตุใดประเทศไทยจึงไม่ดำเนินการตามโอไออี เพราะการออกประกาศของทุกประเทศต้องเป็นไปตามโอไออี ซึ่งเรื่องนี้ได้มีการพูดคุยกันในคณะกรรมการอาหารว่า มีโอกาสที่เราจะปรับหลักเกณฑ์ลงได้หรือไม่ เพราะปัจจุบันโรควัวบ้าก็ไม่มี และประเทศไทยก็ไม่พบโรคนี้ แต่เราก็ยังเป็นห่วง จึงต้องไม่ประมาท ดังนั้น จึงได้มีการหารือกับทางกรมปศุสัตว์ขอให้ช่วยในเรื่องข้อมูลยืนยันว่า หากลดมาตรการใดมาตรการหนึ่ง จะมั่นใจได้หรือไม่ว่าจะไม่เกิดการระบาดของโรควัวบ้า และเราจะมั่นใจในมาตรฐานของโอไอดีแค่ไหน” นพ.บุญชัย กล่าว

