กรมน้ำฯเดินหน้า แก้ปัญหาภัยแล้ง
วันที่ 25 เมษายน นายสุวัฒน์ เปี่ยมปัจจัย อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยว่าวันที่ 24 -25 เมษายน ได้จัดเวทีเสวนาจากผู้แทนเครือข่ายภาคประชาชนต ทสม./ ภาคีเครือข่ายจากลุ่มน้ำบางปะกง/ ลุ่มน้ำปราจีนบุรี/ ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออก และลุ่มน้ำโตนเลสาบ รวม 8 จังหวัด ในพื้นที่ภาคตะวันออก ได้แก่ ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง จันทบุรี ตราด สระแก้ว ปราจีนบุรี และนครนายก มีผู้เข้าร่วม 250 คน ณ โรงแรมชลจันทร์ พัทยาบีช รีสอร์ต อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยเวลานี้ กรมทรัพยากรน้ำได้รับงบประมาณ ทำโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำและพัฒนาแหล่งน้ำให้กับพื้นที่เกษตรน้ำฝน ครอบคลุมทั้ง 76 จังหวัด เพื่อช่วยเหลือจัดหาแหล่งน้ำต้นทุนแล้ว ยังมีเครื่องมือที่จะสนับสนุนการแก้ปัญหาภัยแล้ง โดยมีรถบรรทุกน้ำ จุดแจกจ่ายน้ำสะอาด ตลอดจนเครื่องสูบน้ำเพื่อเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุน ที่ดำเนินการไปแล้ว กว่า 24.34 ล้านลูกบาศก์เมตร

“นอกจากนี้ เรายังมีเครือข่ายการบริหารจัดการน้ำชุมชน ที่มีอยู่แล้วทั้งหมด 575 เครือข่าย เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน เพื่อเป็นแรงผลักดันให้เกิดการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตประจำวันและพฤติกรรมในการช่วยกันป้องกัน ดูแล รักษาแหล่งน้ำ เฝ้าระวังแหล่งน้ำธรรมชาติ รวมทั้งรณรงค์สร้างจิตสำนึก เพื่อให้สังคมตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรน้ำ เพื่อยกระดับสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาอย่างยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ให้มีความสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ต่อไป โดยกรมทรัพยากรน้ำ ตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยมีความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน ประชาชนและเกษตรกรไทยมีน้ำกินน้ำใช้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และพอเพียง ด้วยการสร้างเครือข่าย การบริหารจัดการน้ำชุมชนทั่วประเทศ ทั้ง 76 จังหวัด ซึ่งได้รับความร่วมมือจากสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา นำนวัตกรรมในการบริหารจัดการน้ำแนวใหม่ เพื่อให้เกิดความยั่งยืน รวมทั้งได้เชื่อมโยงกับเครือข่ายภาคประชาชน ภาคีหน่วยงานภาครัฐ และภาคีภาคเอกชน ในการรับมือและร่วมกันบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งให้มีน้ำเพียงพอทั่วถึงทุกพื้นที่”นายสุวัฒน์ กล่าว

นายพิชจ์ณัฐฏ์ พลายด้วง ประธานเครือข่ายอาสาสมัครพิทักทรัพยากรธรรมชาติสิ่งเเวดล้อม อ.พนมสารคาม และเป็นกลุ่มผู้ใช้น้ำ คลองท่าราช กล่าวว่า เนื่องจากเมื่อก่อนไม่มีฝาย จึงทำให้ไม่มีน้ำใช้และเกิดการแห้งแล้ง ทางเครือข่ายชุมชนชาวบ้านห้วยหิน ม.1 ตำบลลาดกระทิง อำเภอสนามชัยเขต จึงได้มีการร่วมด้วยช่วยกันสร้างฝายขึ้น เพื่อที่จะได้มีน้ำใช้ในการทำการเกษตร อาทิ ข้าวโพด สับประรด มะละกอ มะเขือ ในช่วงฤดูแล้งของทุกๆปี
นายวิชาญ บุญมาก ผู้ใหญ่บ้านห้วยหิน ม.1 ตำบลลาดกระทิง อำเภอสนามชัยเขต กล่าวว่า ในพื้นที่ ม. 1 ตำบลลาดกระทิง อำเภอสนามชัยเขต จ. ฉะเชิงเทรา เป็นพื้นที่ลาดเอียง เป็นพื้นที่ภูเขา ถ้าหากมีน้ำมาจะทำให้น้ำนั้นไหลผ่านไปไม่มีแหล่งน้ำในการกักเก็บน้ำไว้ใช้สำหรับการทำเกษตร ทางชุมชนจึงได้มีการบูรณาการช่วยกันทำฝายในการกักเก็บน้ำ หลักจากได้สร้างฝายทำให้คุณภาพชีวิตของชาวบ้านชุมชนแห่งนี้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น มีน้ำใช้เนื่องจากฝายสามารถที่จะกักเก็บน้ำได้หลายเดือนไว้ใช้ในฤดูแล้ง

