พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีสื่อ ได้นำเสนอข่าว กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก รายหนึ่ง ได้โพสต์ภาพเคลื่อนไหว ลักษณะมีการทำร้ายกันหญิง จำนวน 1 รายได้ถูกคู่กรณีหญิงอีกฝ่ายทำร้าย พร้อมข้อความประกอบในลักษณะกล่าวอ้างว่า หนึ่งในคู่กรณีเป็นหลานสาวของตน ซึ่งภายหลังได้แท้งบุตร และเสียชีวิตลงในภายหลัง จากเหตุการณ์ดังกล่าว ในเขตพื้นที่ สภ.ปากน้ำปราณ ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า
ได้รับรายงานเพิ่มเติม จาก สภ.ปากน้ำปราณ ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2561 เวลาประมาณ 18.00 น. นางสาววรรณภา แพงบุตรดี อายุ 20 ปี ผู้ตาย ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งว่า เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2561 เวลาประมาณ 23.00 น. ในขณะที่ตนกำลังนั่งรับประทานอาหารภายในร้าน ใกล้กับบริเวณชายทะเล หมู่ 3 ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้มีผู้ต้องหาเป็นหญิงจำนวน 1 ราย ซึ่งรู้จักกับตนมาก่อน ได้ขับรถจักรยานยนต์และเดินเข้ามาในร้าน พร้อมทั้งเข้ามาพูดจาหาเรื่องตน และได้กระชากผมและดึงตนออกไปจากร้านอาหาร พร้อมทั้งทำร้ายตน ได้รับบาดเจ็บ(ตามที่ปรากฏในภาพเคลื่อนไหว) โดยได้มอบให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นคู่กรณีได้หลบหนีไป ภายหลังรับแจ้งเหตุ พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้ตามกฎหมาย พร้อมกับส่งตัวนางสาววรรณภา ไปที่โรงพยาบาลปราณบุรี เพื่อตรวจร่างกายนำมาประกอบเป็นพยานหลักฐานนำเดินคดีกับทางผู้ต้องหาต่อไป
ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น.ของวันที่ 22 มิถุนายน 2561 ทางพนักงานสอบสวนได้ติดตามคู่กรณีอีกฝ่าย รวมถึง นางสาววรรณภากับทั้งผู้ปกครองของทั้งสองฝ่าย มาเพื่อทำการสอบสวน โดยภายหลังการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานนั้น ทราบว่า คู่กรณีอีกฝ่ายได้ทำร้ายร่างกาย นางสาววรรณภาจริง จากนั้นพนักงานสอบสวนจึงได้ทำการดำเนินคดีเปรียบเทียบปรับกับทางผู้ต้องหาตามกฎหมาย ซึ่งทางผู้ต้องหารับว่าได้ก่อเหตุทำร้ายจริง ซึ่งทางคู่กรณีทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันด้วยความเต็มใจ ว่าไม่ติดใจเอาความกันเนื่องจากเป็นเพื่อกันมาก่อน รวมถึงสนิทสนมเป็นอย่างดีโดยผู้ปกครองทั้งสองฝ่ายได้รับทราบ รวมถึงได้ลงลายมือชื่อลงในบันทึกประจำวันเปรียบเทียบปรับผู้ต้องหาไว้เพื่อเป็นหลักฐาน
ต่อมาภายหลัง ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นญาติของนางสาววรรณภา ผู้ตาย ได้โพสต์ ว่าผู้ตายได้เสียชีวิตลงแล้ว โดยอ้างว่าผู้ตายได้แท้งบุตร และภายหลังได้เป็นมะเร็ง เป็นเหตุให้เสียชีวิตลงสืบเนื่อง จากเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะนี้ ทาง พ.ต.อ.พีระพจน์ ระหว่างบ้าน ผกก.สภ.ปากน้ำปราณ ได้ดำเนินการตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวแล้ว ทราบว่าผู้ตายได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2562 ภายในบริเวณบ้านพัก เลขที่ 295 หมู่ 7 ต.วังพงษ์ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยจะได้ดำเนินการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงผลการชันสูตรพลิกศพของผู้ตายอย่างละเอียด ว่าได้เสียชีวิตลงด้วยสาเหตุใด โดยหากพบว่าเป็นผลจากเหตุการณ์ที่ถูกผู้ต้องหาทำร้ายจากเหตุการณ์ดังกล่าว เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2561 ก็จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็กขาดแน่นอน
รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า จากกรณีดังกล่าวนั้น คงต้องรอให้พนักงานสอบสวน ทำการรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง การสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องต่างๆ รอผลชันสูตรพลิกศพผู้ตายมาประกอบเป็นพยานหลักฐาน ว่าสาเหตุการเสียชีวิตของผู้ตายสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ที่เคยถูกทำร้ายหรือไม่อย่างไร ซึ่งจะได้ดำเนินการตามกระบวนการขั้นตอนของกฎหมายต่อไป พร้อมกันนี้ ตนได้รายงานให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้รับทราบแล้ว ผบ.ตร. ได้กำชับพนักงานสอบสวนให้ดำเนินการสอบสวนคดี อย่างตรงไป ตรงมา ด้วยความรวดเร็ว เป็นธรรม อาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ พร้อมกำชับฝ่ายสืบสวนสืบหาข้อมูล จากพยานบุคคลและพยานแวดล้อมต่างๆทางคดี โดยเน้นย้ำให้ทำงานควบคู่กันไป ระหว่างฝ่ายสืบสวนและฝ่ายสอบสวน เพื่อทำความจริงให้ปรากฏสามารถตอบคำถามสังคมได้

