ความคืบหน้าคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามเอ็ม 16 ยิงถล่ม นายเส็น เล่งกูล อายุ 65 ปี หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าบังเส็น อดีตสารวัตร กำนันตำบลห้วยลึก อ.ควนเนียง จ.สงขลา เสียชีวิตคารถกระบะกลางตลาดสดควนเนียงเมื่อช่วงบ่ายของเมื่อวานนี้ และมีคนงานก่อสร้างถูกลูกหลงบาดเจ็บสาหัสอีก1คน เบื้องต้นคาว่าสาเหตุน่าจะมาจากเรื่องการเมืองท้องถิ่นที่มีการเลือกตั้งกำนันตำบลห้วยลึกซึ่งน้องชายผู้ตายชนะการเลือกตั้ง
ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 26 เมษายน พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้ลงพื้นที่เรียกประชุมสรุปเหตุการณ์และความคืบหน้าของคดีที่ สภ.ควนเนียง ทั้งจากชุดสืบสวนในพื้นที่และชุดสืบสวนเฉพาะกิจทั้งของภาค 9 และของตำรวจภูธรจ.สงขลา ที่ถูกส่งมาร่วมคลี่คลายคดีนี้
หลังประชุมผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้ไปดูสภาพรถกระบะโตโยต้าไฮลักวีโก้ สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน บฉ 2333 พัทลุง ซึ่งเป็นรถของผู้ตายซึ่งถูกยิงเป็นรูพรุนด้านคนขับนับ 11 รู และลงพื้นที่ไปตรวจจุดเกิดเหตุที่คนร้ายยิงถล่มว่ามาจากทางไหนและขับรถหนีไปทางไหน เพื่อประเมินเหตุการณ์ทั้งหมดและนำไปสู่การหาเบาะแสรถของคนร้าย

พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เปิดเผยว่า ในทางคดี ขณะนี้เจ้าหน้าที่พอทราบเบาะแสรถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุแล้วพบรถต้องสงสัยที่คาดว่าจะเป็นรถของคนร้าย 2 คันเป็นรถเก๋ง 1 คันและรถกระบะ 1 คัน ส่วนกลุ่มผู้ก่อเหตุยังไม่สามารถระบุได้ว่ามีกี่คน รวมถึงสาเหตุของการถูกยิงซึ่งยังไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้งไปทั้งเรื่องการเมืองท้องถิ่นและเรื่องส่วนตัว หลังเกิดเหตุได้เชิญพยานไปสอบสวนแล้วจำนวน
ทั้งนี้ทางผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ย้ำว่าประเด็นที่น่าสนใจมากที่สุดขณะนี้คือเรื่องการเมืองท้องถิ่นที่เชื่อมโยงมากับการเลือกตั้งกำนันตำบลห้วยลึกเมื่อวานนี้ ซึ่งน้องชายของผู้ตายชนะการเลือกตั้งได้เป็นกำนันคนใหม่ แต่ในรายละเอียดว่าจะขัดแย้งกันอย่างไรกับใครนั้นต้องรอสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง
ด้าน นายเสรี เล่งกูล อายุ 60 ปีน้องชายของผู้ตาย ซึ่งเคยเป็นอดีตกำนันตำบลห้วยลึกมาก่อนถึง 17 ปีและเกษียณอายุ ก่อนที่จะให้น้องชายลงเลือกตั้งกำนันและชนะคู่แข่งแบบสูสี โดยชนะ 5 หมู่บ้านจากทั้งหมด 9 หมู่บ้านในต.ห้วยลึก ส่วนสาเหตุนั้นก็มองว่าน่าจะมาจากเรื่องการเมืองท้องถิ่นที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งกำนัน แต่คู่แข่งอาจจะไม่เกี่ยวข้อง โดยน่าจะมาจากกลุ่มกองเชียร์หรือผู้หนุนหลังที่มีการวางเงินเดิมพันแล้วแพ้ จึงสร้างความไม่พอใจให้กับฝ่ายตรงข้าม

