ป่าไม้ตรวจ ‘วิลล่าหรู เกาะสมุย’ ของชาวเยอรมัน เรียกสาวไทยที่คาดมีเอี่ยวสอบปากคำ

26.04.19 | 19:50 น.

เจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าตรวจสอบเอกสารสิทธิที่ดินวิลล่าของชาวเยอรมันที่เปิดเป็นโรงแรมบนเกาะสมุย และที่อ้างว่าเคยจ่ายเงินให้ จนท.รัฐ 8 แสนบาทเพื่อแลกกับการอนุญาตก่อสร้างวิลล่าหลังดังกล่าว

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 26 เมษายน นายสมคิด เจียวก๊ก หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่สฎ.16 เกาะสมุย และชุดพยัคฆ์ไพร นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ Best World Vision Villas Samui เป็นวิลล่าหรูบนภูเขาเฉวงน้อย ม.3 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ที่มีนายสมิท ออลริช (MR.SCHMIDT ULRICH) อายุ 47 ปี สัญชาติเยอรมัน เป็นเจ้าของ หลังจากเมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ-ฝ่ายปกครอง เข้าตรวจสอบวิลล่าแห่งนี้ที่เปิดเป็นโรงแรมให้บริการเช่าเป็นรายคืน และมีลูกค้าอยู่ 8 คน เข้าพักจำนวน 7 ห้อง ขณะที่ตรวจสอบเจ้าของไม่สามารถนำเอกสารใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรม ใบอนุญาตการก่อสร้างอาคารมาแสดงได้ โดยให้คำตอบว่าเอกสารต่างๆ อยู่กับที่ปรึกษากฏหมาย และนายสมิทยังได้แฉกับเจ้าหน้าที่อีกว่ามีการจ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2560 เป็นจำนวน 800,850 บาท โดยโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารของหญิงไทยรายหนึ่ง เพื่อให้ก่อสร้างอาคารให้เสร็จ โดยไม่ต้องถูกดำเนินคดีตามที่เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้

จากการเข้าตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ในวันนี้ นายสมิท ออลริช เจ้าของวิลล่าชาวเยอรมัน ได้นำหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์โฉนดที่ดิน มีเนื้อที่ : 0 ไร่ 2 งาน 20.4 ตารางวา พร้อมกับใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร (อ.1) เลขที่ 530/2557 ในพื้นที่ดินโฉนดเลขที่ 21991 หมู่ 3 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น จำนวน 5 หลัง และใบโอนใบอนุญาตก่อสร้างจำนวน 1 หลัง ลงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2558 ออกให้โดยสำนักงานเทศบาลนครเกาะสมุย มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ พร้อมแจ้งว่ามีใบอนุญาตก่อสร้างอย่างถูกต้อง แต่ไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม จากนั้นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้จับค่าพิกัดดาวเทียมเพื่อไปขึ้นรูปแผนที่เปรียบเทียบกับแผนที่ทางอากาศ พบว่าตัวอาคารวิลล่าสร้างอยู่ในเนื้อที่โฉนดไม่มีการุกล้ำที่สาธารณะแต่อย่างใด จึงได้ทำบันทึกการตรวจสอบ

ขณะที่มีรายงานว่า พนักงานสอบสวน สภ.บ่อผุด ได้เชิญตัวหญิงไทย อายุ 48 ปี อาศัยในพื้นที่ หมู่ 4 ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย ที่ปรากฏชื่ออยู่ในเอกสารการโอนเงินบัญชีธนาคารกรุงศรีอยุธยาที่นายสมิท ออลริช เจ้าของวิลล่า นำมาอ้างต่อเจ้าหน้าที่ว่ามีการโอนเงินเข้าบัญชีนี้ เพื่อเป็นการเคลียร์ให้สามารถดำเนินการก่อสร้างวิลล่าให้แล้วเสร็จ โดยไม่ต้องถูกระงับการก่อสร้างหรือรื้อถอนตัวอาคาร จากการสอบสวนหญิงไทยคนดังกล่าวบอกว่าเป็นเงินค่าวัสดุก่อสร้างที่มีการจ่ายมาให้ตนเอง ไม่ได้เป็นเงินที่เกี่ยวกับการเรียกรับผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่รัฐที่ถูกอ้างแต่อย่างใด ซึ่งหลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะได้เชิญตัวนายสมิท ออลริช มาสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป

Advertisement