“กกต.มีไว้ทำไม” เป็นคำถามที่น่าสนใจ ไม่ใช่เหน็บแนม ถากถาง
ศูนย์วิจัยและพัฒนากฎหมาย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถามผ่านแถลงการณ์ พร้อมอธิบายความว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ “กกต.” นั้นเกิดขึ้นจากความต้องการของสังคมที่อยากเห็น “คนกลาง” ที่มีอิสระ ไม่อยู่ในบังคับบัญชาใคร มาทำหน้าที่ “จัดการเลือกตั้ง” เพื่อให้การแข่งขันทางการเมืองเป็นไปโดยสุจริต และเที่ยงธรรม
“กกต.” ถูกจัดตั้งขึ้นครั้งแรกโดยรัฐธรรมนูญ 2540 จวบจนรัฐธรรมนูญ 2560 ให้กำเนิด “กกต.” ชุดที่กำลังมีปัญหารุมเร้าใน 4 เรื่องใหญ่อันเป็นหัวใจสำคัญ
1.ความสามารถ
2.ความโปร่งใส
3.ความรู้
4.การเลือกปฏิบัติ
กล่าวถึง ด้านความสามารถในการจัดการเลือกตั้ง แค่เฉพาะกรณี “บัตรเลือกตั้งจากนิวซีแลนด์” คนไทยผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งที่นิวซีแลนด์ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเวลลิงตัน นิวซีแลนด์ และกระบวนการขนส่งทางอากาศ ทำอะไรผิด บกพร่องตรงไหน
ทำไม “กกต.” จึงเสกเป่าให้ “สิทธิโดยชอบ” กลายเป็น “เศษกระดาษ” ที่ไร้ความหมาย !
กล่าวถึง “ด้านความรู้” สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นเรื่องที่พึงรู้แจ้งก่อนการทำหน้าที่แท้ๆ แต่ กกต.กลับไปร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ
ที่สุด “ศาลรัฐธรรมนูญ” ก็มีมติไม่รับคำร้อง ชี้ว่าเป็น “อำนาจและหน้าที่” ของ กกต.
กล่าวถึง “ด้านเลือกปฏิบัติ” ยิ่งมากไปด้วยคำถาม
“โต๊ะจีนพลังประชารัฐ” ผ่านมาเนิ่นนาน จนชวนให้ลืม “กกต.” ได้สืบเสาะเจาะลึกจนสิ้นกระแสความสงสัยหรือไม่ว่าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือทุนใหญ่รายไหนบริจาคเงิน ใครได้หน้า ใครได้ตำแหน่งรัฐมนตรี ใครมีอิทธิพลครอบงำ และผิดกฎหมายพรรคการเมืองหรือไม่
อย่าลืมว่า “กกต.” ใช้เงินของประเทศ 5,800 ล้านบาทไปจัดการเลือกตั้ง
อย่าลืมว่า กกต.ไม่ใช่เทพ ไม่ใช่ภูติที่จะตำหนิติเตือนกันไม่ได้ แต่เป็น “ผู้รับใช้” ที่รับเงิน “ค่าว่าจ้าง” จากประชาชนผู้เป็น “นายจ้าง” ซึ่งมีความประสงค์จะให้เป็น “คนกลาง” มีอิสระ มีใจเป็นกลาง ทำหน้าที่อย่างซื่อตรงสุจริตมั่นคง
ใครถามอะไรก็ตอบได้ ใครเคลือบแคลงสงสัยอะไรก็สามารถแสดงหลักฐานให้เป็นที่ประจักษ์
เลือกตั้งของไทย 24 มีนาคม วันเดียวเสร็จสิ้น แต่จนถึงวันนี้กว่า 1 เดือนเข้าไปแล้ว “กกต.” ยังไม่มีคำตอบแม้กระทั่ง “วิธีคำนวณ” ส.ส.บัญชีรายชื่อ
ยังไม่สามารถประกาศผลอย่างเป็นทางการ
เช่นนี้จึงไม่ควรเดือด เมื่อถูกถามว่า “จะมี กกต.เช่นนี้ไว้ทำไม” !?!!

