มาตามหมายเรียก! ชายหัวร้อนตบกระเป๋ารถเมล์พบตำรวจ ยอมรับผิดโมโหร้ายตบรุ่นแม่ ยันไม่เกี่ยวขึ้นค่ารถเมล์

27.04.19 | 13:57 น.

กรณีนางสนธิ์ ใจผา อายุ 54 ปี พนักงานเก็บค่าโดยสาร (ขสมก.) รถเมล์โดยสารประจำทางสาย 95 บางเขน-รามคำแหง มาแจ้งความกับตำรวจ สน.บางเขน หลังถูกผู้โดยสารชายไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 30 ปี สวมเสื้อยืดคอโปโลแขนสั้นสีแดง ตบเข้าที่ใบหน้า เนื่องจากไม่พอใจที่ค่าโดยสารขึ้นราคาจาก 6.50 บาท เป็น 8 บาท เหตุเกิดเมื่อเวลา 07.45 น. วันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมานั้น


เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 27 เมษายน ที่ สน.บางเขน นายอรรถวิทย์ พันธ์น้อย อายุ 33 ปี ผู้โดยสารชายที่ก่อเหตุดังกล่าว เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.อนันต์ วรสาตร์ รอง ผกก.สส.สน.บางเขน และ ร.ต.ท.นิธิโชติ ปอยชีวะ รอง สว.( สอบสวน) สน.บางเขน เจ้าของคดี เพื่อรับทราบข้อหาทำร้ายร่างกาย ขณะเดียวกันทางนางสนธิ์ ได้มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อพูดคุยกับคู่กรณี

นายอรรถวิทย์ชี้แจงว่า ข่าวที่ลงไปเรื่องตนโมโหเรื่องขึ้นค่ารถโดยสารไม่เป็นความจริง ตนโมโหจากคำพูดของพนักงานเก็บค่าโดยสารที่ใช้คำพูดไม่สุภาพและน้ำเสียงแข็งๆ ห้าวๆ ว่า “ขึ้นราคาแล้ว” ยอมรับว่าเป็นฝ่ายผิดที่ใช้กำลังกับคนรุ่นแม่ ก็ต้องขอโทษด้วย เพราะตนเป็นฝ่ายผิดจริงๆ ยอมรับเป็นคนอารมณ์ร้อน จากนั้นผมก็ให้เงินค่าโดยสารเพิ่มจนครบ แต่ทางพนักงานก็ไม่ยอมฉีกตั๋วโดยสารให้ ตนจึงบอกว่าจะนับ 1-3 หากไม่ฉีกตั๋วให้จะตบ และเหตุการณ์ก็เป็นไปตามที่ปรากฏบนคลิป

นายอรรถวิทย์กล่าวต่อว่า มีข่าวช่องหนึ่งระบุว่าภาพที่ปรากฎว่าตนชี้มือไปหาอีกฝ่ายเพื่อที่จะเข้าทำร้ายหลายครั้งนั้น ตนขอชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง ขณะที่มีการชี้มือได้มีการโต้เถียงใช้คำหยาบคาย มีการใส่อารมณ์กัน จนกระทั่งมีพนักงานบริษัทเดียวกันมาห้าม จึงได้ลงจากรถระหว่างทางก่อนถึงป้าย เห็นมีผู้หญิงกำลังถ่ายคลิปจึงเข้าไปถามด้วยอารมณ์โมโห จากนั้นผู้หญิงคนดังกล่าวก็ได้วิ่งหนีไป ตนก็ไม่ได้ตาม จากนั้นจึงเดินไปอีกป้าย เพื่อขึ้นรถประจำทางกลับบ้านตามปกติ จนกระทั่งปรากฏมีการเผยแพร่คลิปในโลกโซเชียล จึงเข้าปรึกษากับทางสภาทนายความเรื่องการเผยแพร่คลิป ทั้งที่สาเหตุเกิดจากการปัญหาทะเลาะกันส่วนตัว เพราะอารมณ์โมโหจากคำพูดที่ไม่สุภาพทั้งที่เป็นพนักงานที่ทำงานด้านการบริการ ยืนยันเรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวกับข้องกับเรื่องขึ้นค่าโดยสารรถประจำทางแต่อย่างใด

Advertisement

“ผมใช้กิริยา ทำร้ายร่างกาย และใช้คำพูดรุนแรง คนอื่นเขาก็กลัว แต่เขาไม่รู้ว่าสาเหตุจริงๆ มาจากคน 2 คน ไม่ได้เกี่ยวกับราคาค่าโดยสาร ผมไม่ได้เข้าข้างรัฐบาล เพราะผมเลือกอีกพรรค หลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้นผมก็เขียนใบลาออกจากงาน ผมทำแบบนี้สร้างความเสียหายให้องค์กร เพราะผมทำไม่ดี ผมก็รับผิด” นายอรรถวิทย์กล่าว

นางสนธิ์กล่าวว่า วันเกิดเหตุนายอรรถวิทย์ขึ้นรถมาและนั่งเล่นโทรศัพท์ก่อนยื่นเงินจำนวน 6.50 บาทให้ แต่ตนแจ้งว่าขณะนี้ค่าโดยสารปรับขึ้นเป็น 8 บาท ด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่ได้ตะคอก แต่นายอรรถวิทย์บอกว่า “พูดดีๆ กับกูก็ได้ กูมีตังค์ กูจะตบมึงนะ” จากนั้นนับ 1-3 และตบเข้าที่หน้าทันที ตนจึงยกกระบอกเก็บเงินขึ้นมา นายอรรถวิทย์ ได้ขว้างกระบอกเก็บเงินลงพื้น ก่อนจะมีคนเข้ามาห้าม แต่นายอรรถวิทย์ขู่ว่ามีมีดคัตเตอร์ และพูดว่า “เดี๋ยวกูแทงมึงนะ” จากนั้นผู้โดยสารได้กรูวิ่งลงจากรถกัน ส่วนการดำเนินคดี ยืนยันตนเองจะไม่ยอมความ ปล่อยให้เป็นดุลพินิจของพนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมาย เพราะไม่อยากให้ไปเกิดขึ้นกับคนอื่น

ขณะที่ ร.ต.ท.นิธิโชติกล่าวว่า เนื่องจากนายอรรถวิทย์กระทำความผิดในลักษณะเดิมซ้ำจึงพิจารณานัด นายอรรถวิทย์ ส่งฟ้องศาลแขวงดอนเมืองในวันที่ 29 เมษายนนี้ ใน เวลา 09.30 น.