หน้าแรก ในประเทศ เหยี่ยวถลาลม ...

เหยี่ยวถลาลม : ยุติกรรม‘ธนาธร-ดอน’

30.04.19 | 13:00 น.

กล่าวตามภาวะอันเป็นปกติ ไม่ใช่ผิดเพี้ยนพิกลพิกาลการพิจารณา “คน” คนเราจะต้องดูกันที่ “พฤติกรรม”

และเมื่อได้เห็นแล้ว ลึกลงไปกว่านั้นในการพิจารณา “พฤติกรรม” ก็จะพินิจพิเคราะห์ถึง “เจตนา” หรือสิ่งที่มองไม่เห็นเป็นอากัปกิริยา

เทียบกับกฎหมายที่บัญญัติกันไว้ต่างๆ นานา ถ้าคนตีความหรือผู้บังคับใช้ไม่เพี้ยนไป ไม่เฉไฉ ไม่เอนเอียงก็จะพิเคราะห์ลึกถึง “เจตนารมณ์” ของกฎหมาย ว่าประสงค์ในสิ่งใด เช่น ความสุจริต ความปลอดภัย ฯลฯ

ไม่ใช่เลือกที่จะตีความตามวลีด้วนๆ

เรื่องการซื้อการขายหุ้นการโอนไปโอนมาถ้าซับซ้อนรุงรังยุ่งยากนักตลาดหลักทรัพย์คงไปไม่รอด “หลัก” ที่กฎหมายบัญญัติเอาไว้ดีแล้วจึงมีอยู่

Advertisement

“วีระ สมความคิด” ยกตัวอย่างศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณี “นางนรีรัตน์ ปรมัตถ์วินัย” ภรรยานายดอน รัฐมนตรีในรัฐบาล คสช.ซึ่งกฎหมายห้ามรัฐมนตรีและคู่สมรสถือหุ้นเกิน 5% ในบริษัทเอกชน ซึ่งนายดอนก็ได้ส่งหลักฐานการโอนหุ้นแบบเดียวกับนายธนาธรเป๊ะ และไปจดแจ้งกับพนักงานเจ้าหน้าที่ภายหลังแบบเดียวกับนายธนาธรทุกอย่าง

ที่สุดศาลรัฐธรรมนูญก็วินิจฉัยว่า หุ้นนั้น
ได้โอนไปแล้วตั้งแต่วันทำหนังสือโอนกัน และลงลายมือชื่อในหนังสือโอนต่อหน้าพยาน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 ส่วนการจดแจ้งกับพนักงานเจ้าหน้าที่นั้น เป็นเพียงการดำเนินการทางทะเบียน

นายดอนจึงพ้นผิด

“ดอน” กับ “ธนาธร” ต่างก็มีลมหายใจ มีชีวิต มีความรัก มีความชัง มีความหวัง มีความปรารถนา

เพียงแต่ความคิด บทบาท กับ สถานะของ “ดอน” กับ “ธนาธร” นั้นอยู่คนละฟาก

“ดอน” ที่แก่แล้ว ยืนอยู่ฝั่งรัฐบาล คสช.

“ธนาธร” ซึ่งยังหนุ่ม วัยฉกรรจ์ มากไปด้วยจินตนาการและความฝัน ปฏิเสธรัฐประหาร ไม่นิยมไม่สมคบกับ คสช.และพรรคพลังประชารัฐ

จุดยืนทางการเมืองของทั้งสองคนแตกต่างกัน

เป็นเรื่องธรรมดามากๆ

แต่คำพูดของ อ.โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ ก็ยังคงกึกก้องท้าทาย “มโนสำนึก” ของผู้คน

“ปัญหาของเมืองไทยบ้านเรานั้นไม่ใช่อาการป่วยทางนิติศาสตร์นิยมล้นเกิน หากแต่เป็นเรื่องของการเลือกปฏิบัติธรรมดาๆ”

“ดอน” กับ “ธนาธร” เสมอหน้ากัน

จะต้องติดตามชม ท่วงทำนองการประพฤติปฏิบัติของกลไกรัฐ เจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรมและองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องกันต่อไป !?!!