เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม นายสมพร ขวัญเนตร ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวถึงกรณีที่สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่าถึงเวลาที่ต้องมีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ แต่ไม่จำเป็นต้องมีการปรับขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ เนื่องจากอัตราค่าครองชีพแต่ละจังหวัดไม่เท่ากัน ซึ่งคณะกรรมการค่าจ้าง (บอร์ดค่าจ้าง) มีกำหนดพิจารณาในวันที่ 10 พฤษภาคมนี้ ว่า ในระยะสั้นนี้ เห็นด้วยกับการปรับขึ้นค่าจ้างขึ้นต่ำ จะน้อยจะมากก็ต้องปรับ เพราะยืดเยื้อมาเป็นเวลาพอสมควรและไม่ส่งผลดีต่อผู้ใช้แรงงาน คาดว่าตัวเลขไม่น่าจะเกิน 2-10 บาท ตามที่มีกระแสข่าวมาก่อนหน้านี้
นายสมพร กล่าวว่า แต่ในระยะยาว อยากให้รัฐบาลมีการปรับปรุงจัดทำค่าจ้างตามมาตรฐานทักษะฝีมือแรงงาน ซึ่งขณะนี้กระทรวงแรงงานได้เริ่มดำเนินการบ้างแล้วแต่จะต้องทำให้ครอบคลุมทุกสาขาอาชีพ
“เรื่องค่าจ้างขั้นต่ำนั้น ที่ผ่านมาไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง เนื่องจากรัฐบาลมีการส่งเสริมพื้นที่การค้าชายแดน และพื้นที่เศรษฐกิจ เช่น อีอีซี ทำให้อัตราค่าจ้างถูกกดเพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับนักลงทุน จึงทำให้ผู้ใช้แรงงานต้องออกมากเรียกร้องทุกปี ดังนั้นจึงเสนอว่าควรทำค่าจ้างตามทักษะฝีมือให้ครอบคลุมทุกสาขาอาชีพ เพราะคนกลุ่มนี้มีจำนวนมาก และรวมถึงคนที่มีอายุงานมากกว่า 1 ปีด้วย ส่วนค่าจ้างขั้นต่ำก็ให้ปรับเป็นค่าจ้างแรกเข้าใช้สำหรับคนที่เริ่มเข้าไปทำงานใหม่หรือคนที่ไม่มีฝีมือ ซึ่งมีจำนวนไม่มาก ขณะเดียวกันจะต้องควบคุมราคาสินค้าให้เหมาะสม” นายสมพร กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า โครงสร้างนี้ควรเริ่มทำเมื่อใด นายสมพร กล่าวว่า ในส่วนของการปรับค่าจ้างตามทักษะฝีมือนั้น ควรเป็นหน้าที่ของรัฐบาลชุดใหม่ดำเนินการ และคาดว่าไม่น่าจะได้ใช้ในเร็วๆนี้ แต่ถ้าไม่ทำและยังปล่อยให้มีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำไปเรื่อยๆ ปัญหานี้ไม่มีทางจบแน่นอน
ด้านนายทวี เตชะธีราวัฒน์ ประธานองค์การลูกจ้างสมาคมพันธ์แรงงานแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เห็นด้วยว่าต้องปรับขึ้นค่าจ้าง ส่วนจะปรับขึ้นเท่าใดนั้นขึ้นอยู่กับมติของบอร์ดค่าจ้างชุดที่ 20 ที่มีนายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธาน ซึ่งจะมีการหารือกันในวันที่ 10 พฤษภาคมนี้ ทั้งนี้ในฐานะที่เป็นหนึ่งในคณะอนุกรรมการกลั่นกรองค่าจ้าง ฝ่ายวิชาการ มีความเห็นว่าบอร์ดค่าจ้างควรพิจารณาโดยนำข้อมูลของคณะอนุกรรมการฯ ไปประกอบด้วย

