จับกุม 4 ผู้ต้องหาขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติพร้อมยาเค 50 กก.คาโกดังเชียงใหม่

3.05.19 | 12:40 น.

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 3 พฤษภาคม ที่โกดังสินค้า ถนนวงแหวนรอบกลาง ต.หนองผึ้ง อ.สารภี จว.เชียงใหม่ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป)/ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. พล.ต.ท.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.วัชระ ทิพย์มงคล ผบก.ปส.3 พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผบก.ปส.3 แถลงจับกุมนายภูสิงห์ ภูมิรุ่งวิกรัย อายุ 34 ปี Mr.Yang chih kal สัญชาติไต้หวัน อายุ 34 ปี Mr.Kao wei chih สัญชาติไต้หวัน อายุ 32 ปี และนางสาวศิริพร ศิริไพรวงศ์ อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาคดียาเสพติดข้ามชาติรายสำคัญ พร้อมของกลาง เคตามีน จำนวนประมาณ 50 กิโลกรัม กระเป๋าเสื้อผ้า จำนวน 1 ใบ ตู้ลำโพง จำนวน 5 ตู้ รถยนต์เก๋งโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ ทะเบียน งบ-6668 เชียงใหม่ จำนวน 1 คัน รถยนต์เก๋งฮอนด้า รุ่นซิตี้ ทะเบียน งจ-6518 เชียงใหม่ จำนวน 1 คัน รถยนต์เก๋งมิตซูบิชิ สีขาว ทะเบียนป้ายแดง ต-8763 กทม. จำนวน 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกัน ผลิต และ มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อขาย โดยผิดกฎหมาย”


พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่าตำรวจ บช.ปส.และ ป.ป.ส.สืบทราบว่ามีนักค้ายาเสพติดชาวไต้หวัน ร่วมกับคนไทย ลักลอบส่งยาเสพติดโดยซุกซ่อนในเครื่องสำอาง หรือ เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปประเทศไต้หวัน ผ่านบริษัทขนส่งสินค้า จึงร่วมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ป.ป.ส. หน่วยปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา-ประจำจังหวัดเชียงใหม่ (DEA), หน่วยสืบสวนพิเศษไต้หวัน( MJIB TAIWAN) และหน่วยกำลังในพื้นที่เพื่อวางแผนการสืบสวนติดตามพฤติการณ์จับกุม ต่อมา เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน พบว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวมีความเคลื่อนไหวอย่างผิดปกติ โดยมีการพบปะกันหลายครั้งและแยกย้ายกัน ชุดสืบสวนจึงเฝ้าติดตามพฤติการณ์ จนกระทั่งในช่วงเวลาประมาณ 17.00 น. พบว่า น.ส.ศิริพร ขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อมิตซูบิชิ ทะเบียนป้ายแดง ต-8763 กทม.เข้าไปที่โกดังสินค้า อาคาร A ถนนวงแหวนรอบกลาง ต.หนองผึ้ง อ.สารภี จว.เชียงใหม่ และมีการยกกระเป๋าลักษณะมีน้ำหนักลงจากรถและนำเข้าไปเก็บไว้ในโกดัง โดยมี นายภูสิงห์ คอยคุมเชิงอยู่ด้านนอก ต่อมามี Mr.Yang chih kal และ Mr.Kao wei chih เข้ามาที่โกดังครู่หนึ่งแล้วออกไป จึงเชื่อว่ามีการลักลอบนำยาเสพติดเข้าไปเก็บในโกดัง ชุดสืบสวนจึงจัดเจ้าหน้าที่ซุ่มพรางแฝงตัวอยู่ในพื้นที่เพื่อคอยสังเกตการณ์อยู่ตลอดเวลา จากนั้น ในวันที่ 2 พ.ค. ชุดสืบสวนจึงขอหมายค้นจากศาลจังหวัดเชียงใหม่ เข้าตรวจค้นโกดังสินค้า อาคาร A พบวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท๒ (เคตามีน) ชนิดผงสีขาว จำนวนประมาณ 50 กิโลกรัม อยู่ภายในโกดัง สอบถามผู้ต้องหาทั้งสองผ่านล่ามแปล รับว่ายาเสพติดดังกล่าวเป็นของพวกตนและจะทำการแบ่งบรรจุซุกซ่อนในตู้ลำโพง และนำส่งออกทางบริษัท รับส่งสินค้าไปประเทศไต้หวัน จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนฯ บก.ปส.3 ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป