เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม นายคมป์ สังข์วงษ์ นายอำเภอขุนหาญ เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วย พ.ต.อ.พีระพงษ์อุ ดมพรวัฒนะ ผกก.สภ.ขุนหาญ ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวทางปกครองว่า ที่บริเวณป่าสวนยางพาราทางทิศเหนือบ้านทับทิมสยาม ม.15 ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ได้มีกลุ่มบุคคล ประมาณ 5-6 คน ได้ลักลอบขนไม้พะยูงซึ่งซุกซ่อนอยู่เพื่อนำไปจำหน่ายให้พ่อค้าไม้พะยูง จึงได้สั่งการให้นายจุติเพชร บุญเนตร ปลัดอำขุนหาญ งานป้องกัน นำกำลังสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน อ.ขุนหาญ ที่ 6 สนธิกำลังร่วมกับ จนท.ตร.สภ.ขุนหาญ นำโดย ร.ต.อ.ศิวรักษ์ สายแวว จนท.ทหารพราน ฉก.23 และ จนท.หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ศก.1 ลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว
เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบว่าชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่ง ประมาณ 6 คน กำลังช่วยกันลำเลียงไม้พะยูงขึ้นรถปิกอัพ 2 คันที่จอดอยู่ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเพื่อเข้าตรวจค้นและจับกุม และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน ทราบชื่อภายหลังว่า นายองอาจ วิชาศิลป์ หรือโอ่ง อายุ 33 ปี ที่อยู่ 305 ม.3 ต.ละลาย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ และนายธนุชัย แทนคำ หรือบิ๊ก อายุ 19 ปี ที่อยู่ 29 ม.15 ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ส่วนผู้ต้องหาอีก 4 คนอาศัยความมืดและความชำนาญพื้นที่วิ่งหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วย ไม้พะยูงถากกลม จำนวน 2 ท่อน ไม้พะยูงแก่นล่อน จำนวน 19 ท่อน รถยนต์ ยี่ห้อนิสสัน บิกเอ็ม สีบรอนซ์ ทะเบียน บจ 8489 ศรีสะเกษ รถยนต์ยี่ห้ออีซุซุ ดีแมกซ์ สีบรอนซ์ ทะเบียน ผค 719 อุบลราชธานี รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีดำแดง ทะเบียน 1 กญ 9890 ศรีสะเกษ และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ซึ่งไม้พะยูงทั้งหมดหากส่งไปขายยังประเทศเพื่อนบ้าน จะมีราคาประมาณ 2 ล้านบาท
เจ้าหน้าที่จึงได้ตั้งข้อหากับนายองอาจและนายธนุชัยว่า ร่วมกันมีไม้หวงห้าม (ไม้พะยูง) อันยังมิได้แปรรูปไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มีไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูป นำตัวผู้ต้องหาและของกลางไปส่งมอบให้ พนักงานสอบสวน สภ.ขุนหาญ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ทราบชื่อผู้หลบหนีแล้วทั้ง 4 ราย ซึ่งพนักงานสอบสวนจะได้ออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา ส่วนของกลางทั้งหมดนำไปเก็บรักษาที่ไว้หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ศก.1



