เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 6 พฤษภาคม ที่บริเวณหน้าจุดคัดกรองมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีพสกนิกรทยอยเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะที่ให้บริการประชาชนฟรี จากจุดรับส่งต่างๆ มายังพื้นที่หน้าโรงละครแห่งชาติ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยแต่งกายด้วยเสื้อเหลืองอย่างพร้อมเพรียงกัน เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี ซึ่งมีประชาชนจำนวนมากปักหลักรับชมการถ่ายทอดสดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกผ่านจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ ที่เตรียมไว้บริการประชาชนหลายจุด อีกทั้งยังรอรับเสด็จฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ตามกำหนดการจะเสด็จฯออกมายังบริเวณสีหบัญชรในช่วงเย็นด้วย ถึงแม้ว่าอากาศจะร้อนจัดแต่ประชาชนก็ยังคงปักหลักรอรับเสด็จฯด้วยความตั้งใจ

นางสาววิไล นิ่มพันธ์ อายุ 43 ปี อาชีพค้าขาย กล่าวว่า วันนี้ตั้งใจเดินทางมาร่วมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เผื่อมีโอกาสอาจจะได้เป็นส่วนหนึ่งในการรับเสด็จฯสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวร่วมกับพสกนิกรที่เชื่อว่าน่าจะตั้งใจมารับเสด็จฯเหมือนกัน โดยในวันนี้พาลูกสาวมาด้วย เพราะลูกสาวเห็นการถ่ายทอดสดพระราชพิธีทั้ง 2 วันที่ผ่านมาในโทรทัศน์แล้วอยากมาเห็นของจริง จึงพามาด้วยเพราะอยากให้ลูกได้เป็นส่วนหนึ่งของงานประวัติศาสตร์ของประเทศไทย โดยตนเองเดินทางมาจากเขตบางบอน เพื่อมาขึ้นรถเมล์ที่ให้บริการฟรีของจุดเซ็นทรัลพระราม 2 ซึ่งทราบว่ามีการให้บริการฟรีทั้งรถเมล์ เรือ และรถชัตเติ้ลบัส เพื่อพาประชาชนที่ต้องการมาร่วมงานยังสนามหลวงจากสื่อโซเชียล จึงมาใช้บริการเพราะจุดขึ้นรถอยู่ไม่ไกลจากบ้านมากนัก
“ถึงแม้วันนี้จะเดินทางมางานเป็นวันแรก แต่ก็ดูพระราชพิธี 2 วันที่ผ่านมาผ่านโทรทัศน์ตลอด เมื่อคืนก็นั่งดูจนเกือบ 4 ทุ่ม เพราะยิ่งดูก็ยิ่งประทับใจ และทำให้คิดถึงรัชกาลที่ 9 พ่ออยู่หัวของคนไทยทั้งแผ่นดิน พอวันนี้สะดวกกว่าทุกวันจึงรีบเดินทางมา และตั้งใจจะอยู่จนกว่าจะเสร็จสิ้นพระราชพิธีในวันนี้ เพราะอยากเดินดูไฟที่เห็นจากหลายๆ ที่ ผ่านทั้งโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ มีความสวยงามมาก ยิ่งถ้าไม่มีแดดด้วยอากาศน่าจะดี คงทำให้เดินแล้วไม่เหนื่อยมากนัก รวมถึงจะทำให้เห็นแสงไฟชัดเจนขึ้นด้วย” นางสาววิไลกล่าว
นางสาววิไล กล่าวอีกว่า ส่วนตัวไม่ได้เดินทางมาร่วมงานตั้งแต่วันแรกเลยไม่รู้ว่าวันนี้แตกต่างกันอย่างไรบ้าง รู้แต่ว่าประทับใจกับการถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์ ให้ประชาชนที่ไม่สะดวกหรือไม่มีโอกาสเดินทางมาร่วมงานได้ดูพระราชพิธีที่สำคัญของประเทศไทยร่วมกัน เพราะ 2 วันที่ผ่านมา ตนเองก็เป็นหนึ่งในประชาชนที่ดูผ่านโทรทัศน์เหมือนกัน ส่วนที่เห็นวันนี้มองว่าการรักษาความสะอาดทำได้ดีมาก เพราะเห็นว่ามีการจัดการนำขยะที่อยู่ในถังเก็บเข้ารถขยะสีเขียวของ กทม.เป็นระยะๆ ซึ่งเชื่อว่าหลังจากจบงานแล้วภาพขยะเหลือทิ้งน่าจะไม่มีให้เห็น เพราะทั้งเจ้าหน้าที่และจิตอาสาช่วยกันทำงานเป็นอย่างดี

ด้านนางณฐอร ระหว่างบ้าน อายุ 60 ปี สมาชิกสมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย กล่าวว่า วันนี้เดินทางมากับหลาน 2 คน นั่งรถเมล์สาย 503 มาจากพหลโยธิน 48 ซึ่งการเดินทางถือว่าไม่ได้ยากลำบากมากนัก ถึงแม้ตนเองจะเดินไม่ได้ แต่ก็ได้รับน้ำใจจากเพื่อนร่วมทางคอยช่วยอำนวยความสะดวกจนถึงสนามหลวง ความจริงตั้งใจจะมาตั้งแต่วันแรก แต่ร่างกายยังไม่แข็งแรงพอ เพราะป่วยเป็นโปลิโอมาตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ทำให้ขาขวาลีบเล็กจนไม่สามารถใช้งานได้ แต่ขาซ้ายยังใช้งานได้ปกติ แต่ 2-3 วันที่ผ่านมายังไม่สะดวกเพราะป่วยด้วยจึงเดินไม่ได้ จากเดิมที่ยังสามารถเดินได้สลับกับไม่ได้บ้าง แต่เพราะวันนี้ตั้งใจมาแล้วถึงแม้จะยังเดินได้ไม่สะดวกมากนัก ต้องนั่งรถเข็นแต่ก็ให้หลานพามา เพราะเป็นพระราชพิธีสำคัญของประเทศไทยที่ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ
“ปกติถึงแม้ร่างกายจะไม่แข็งแรงเหมือนคนทั่วไป แต่ถ้ามีพระราชพิธีหรืองานสำคัญที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ก็จะเดินทางมาร่วมงานทุกครั้ง เพราะมีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ทำให้มีแรงศรัทธาจนไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเดินทางมาให้ได้ ซึ่งที่ผ่านมาตอนรัชกาลที่ 9 เสด็จฯประทับอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช ตนก็เดินทางไปเคารพท่านหลายครั้ง ส่วนครั้งพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ รัชกาลที่ 9 ก็มานอนค้างสนามหลวงหลายวัน เพื่อเป็นจิตอาสาหากสามารถช่วยอะไรได้ก็ช่วย และเป็นเพราะมีความตั้งใจที่จะเข้าร่วมพระราชพิธีสำคัญทุกครั้งด้วย ส่วนวันนี้ตั้งใจจะอยู่ร่วมจนกว่าจะเสร็จสิ้นพระราชพิธี และพอร่วมพระราชพิธีจบแล้วจะเดินดูไฟและการประดับดอกไม้ต่อ เพราะดูจากข่าวแล้วการประดับไฟตอนกลางคืนน่าจะสวยมาก ซึ่งจะเดินดูให้ครบทุกเส้นทาง เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำต่อไป” นางณฐอรกล่าว


