ศาลอนุญาตฝากขังมือปล้นร้านของหลุดจำนำ”ศิริชัย” นอนคุก

8.05.19 | 15:48 น.

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ที่ศาลอาญาธนบุรี พนักงานสอบสวนสน.เพชรเกษมได้ควบคุมตัวนายวุฒิชัยล้านเหรียญทอง อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรีที่ 256/2562 ลงวันที่ 7 พ.ค.62 ในข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ร้านรับซื้อของหลุดจำนำ “ศิริชัย” ย่านบางแค


มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 8-19 พ.ค.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบพยานอีก 6 ปาก และรอผลตรวจพิสูจน์ของกลาง กับผลตรวจสอบการพิมพ์มือของผู้ต้องหา

คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปว่าตามวันเวลาเกิดเหตุผู้กล่าวหาที่1-2ได้เข้ามาเปิดร้าน”ศิริชัย”ซึ่งเป็นร้านรับซื้อของหลุดจำนำและของเก่าได้มีคนร้าย3 คนเป็นชาย คนที่ 1 สวมหมวกนิรภัยสีแดงอมส้มแบบเต็มใบใช้ผ้าปิดจมูกไว้อีกทีหนึ่ง เดินเข้ามาในร้านและมีคนร้ายคนที่2ใส่ผ้าปิดจมูกสวมเสื้อสีน้ำเงินแขนยาวด้านหลังมีอักษรภาษาอังกฤษเดินตามเข้ามาและได้มีคนร้ายคนที่3 สวมเสื้อคลุมสีน้ำตาลใส่ผ้าปิดจมูกสีขาวเดินเข้ามาภายในร้าน

คนร้ายคนที่3 ได้ใช้มือข้างหนึ่งวางอาวุธปืนไว้บนเคาน์เตอร์ตู้โชว์สินค้าหันปากกระบอกปืนเข้าหาผู้กล่าวหาที่ 1 แจ้งบอกให้อยู่เฉยๆมีอะไรส่งมาให้หมด แล้วคนร้ายคนที่ 1และ2ได้อ้อมมาทางด้านหลังเคาน์เตอร์ จากนั้นคนร้ายคนที่3ได้เดินเข้ามาสมทบขณะที่เดินผ่านผู้กล่าวหาที่2 คนร้ายคนที่3 ได้ใช้กำลังประทุษร้ายด้วยการใช้มือข้างหนึ่งล็อคคอด้านหลังและใช้มือข้างหนึ่งที่ถืออาวุธปืนอยู่ด้านหลังสั่งให้นั่งลงและก้มหน้าคนร้ายคนที่1และ2ที่เดินอ้อมมาก่อนหน้านั้นใช้กำลังกดตัวผู้กล่าวหาที่1ไว้และสั่งให้ก้มลงกับพื้นไม่ให้เงยหน้าขึ้น ขณะเดียวกันคนร้ายคนที่3ที่เดินเข้ามาสมทบได้ใช้อาวุธปืนตีไปที่ศีรษะของผู้กล่าวหาที่ 1 จำนวนหลายครั้งและขู่บังคับให้ผู้กล่าวหาที่ 1 ก้มหน้าลงไม่ให้เงยหน้าขึ้น

Advertisement

และคนร้ายทั้ง3 ได้นำทรัพย์สินเป็น โทรศัพท์มือถือจำนวน2 เครื่อง เครื่องประดับเพชรจำนวนหลายรายการและเงินสดของผู้กล่าวหาที่1 หลบหนี ไปผู้เสียหายที่1-2จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน

ต่อมาพนักงานตำรวจสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้พบและตรวจยึดทรัพย์สินของผู้กล่าวหาที่ทุกคนร้ายประทุษร้ายไปอยู่ในความครอบครองของ นายวุฒิชัยหลายรายการมูลค่านับล้านบาท จึงแจ้งข้อกล่าวหานำตัวมาขยายผลก่อนส่งพนักงานสอบสวนสน.เพชรเกษมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

การกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดฐาน ร่วมกันปล้นทรัพย์กระทำโดยแสดงความทารุณเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ โดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิดหรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม โดยปลอมตัวหรือปลอมตัวเป็นผู้อื่นหรือทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้ โดยมีอาวุธหรือ , โดยร่วมกระทำความผิดกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป , ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่น , ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายแก่ชีวิตร่างกายเสรีภาพ หรือทรัพย์สินหรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้นหรือกระทำโดยมีอาวุธ , รับของโจร อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 32 ,91,371 ,83 ,295 309 ,359 ,340 พรบ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนฯ

เหตุเกิดที่ร้านค้าของเก่า”ศิริชัย”แขวงหลักสองเขตบางแคกรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมเวลาประมาณ 8.10 น.

ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาโดยท้ายคำร้อง พนักงานสอบสวน ได้ขอคัดค้านการให่ประกันตัวผู้ต้องหาด้วย เนื่องจากคดีที่มีอัตราโทษสูงหากให้ประกันผู้ต้องหาน่าจะหลบหนี

ศาลพิจารณาคำร้อง และสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้