เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีตามที่หญิงจำนวน 1 ราย ได้ร้องเรียนผ่านสื่อ กรณีมีผู้ก่อเหตุชายจำนวน 1 ราย ได้เข้าไปนั่งขึ้นคร่อมรถจักรยานยนต์ของหญิงรายดังกล่าว ซึ่งจอดไว้ในที่เกิดเหตุ ในลักษณะพยายามใช้กุญแจที่พกติดตัวมาด้วยไขกุญแจเพื่อลักเอารถคันดังกล่าว ซึ่งผู้เสียหายได้พบเห็นพฤติการณ์ จึงเข้าไปสอบถามผู้ก่อเหตุ โดยอ้างว่าชายคนดังกล่าวได้อ้างว่าตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกับได้พูดจาหาเรื่องผู้เสียหาย ก่อนที่จะได้หลบหนีไป ซึ่งภายหลังทางผู้เสียหายได้เข้าร้องทุกข์เพื่อให้ดำเนินคดีกับชายผู้ก่อเหตุแล้ว ในเขตพื้นที่ สภ.เมืองพัทยา
พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับคำร้องทุกข์ไว้ตามกฎหมายแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และทำการสืบสวนตรวจสอบพิสูจน์ทราบคู่กรณีที่ก่อเหตุในครั้งนี้ ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงหรือไม่ อย่างไร รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่หาเบาะแสของผู้ก่อเหตุ รวมถึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
รองโฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นผู้ใด ซึ่งหากพี่น้องประชาชนพบการกระทำในลักษณะดังกล่าว สามารถขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแสดงตัว เพื่อความบริสุทธิ์ใจ หรือขอตรวจสอบบัตรประจำตัว เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงหรือไม่ เพื่อเป็นการป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากผลการตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นตำรวจจริงและมีข้อบกพร่องหรือมีความผิด ก็จะดำเนินการทางวินัยและอาญา อย่างเด็ดขาด ไม่ปล่อยไว้อยู่แล้ว
ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการมาโดยตลอด ตำรวจต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ใช่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วไปปฏิบัติหน้าที่เหลื่อมล้ำกับกฎหมาย โดยหากเป็นผู้กระทำความผิดเสียเอง ทาง ผบ.ตร.ยอมรับไม่ได้ ไม่เลี้ยงไว้อยู่แล้ว ซึ่งหากพบการกระทำความผิดสร้างความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนต้องเอาผิดให้ถึงที่สุด ทั้งทางวินัยและอาญา พร้อมพิจารณาโทษผู้บังคับบัญชาในทุกระดับที่ไม่กำกับดูแล ควบคุมความประพฤติและการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยส่วนหนึ่ง
แต่หากเป็นกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ คอยสร้างความเดือดร้อนต่อพี่น้องประชาชน อีกทั้งเป็นการทำลายภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นต่อองค์กร ต้องเร่งสืบสวน ติดตาม จับกุม ให้ได้โดยเร็ว เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับตำรวจและความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน
พร้อมกันนี้หากพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายจากการกระทำในลักษณะดังกล่าว สามารถแจ้งความร้องทุกข์เพื่อเอาผิดกับคนร้ายรายนี้ได้ อีกทั้งขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนหากพบข้อมูลหรือเบาะแส ของผู้กระทำความผิด สามารถแจ้งข้อมูลมายังสถานีตำรวจในพื้นที่ใกล้เคียงหรือแจ้งมายังหมายเลข สายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

