ป.ป.ส.หนุนวิจัย 16 ตำรับยาจากกัญชา 21 พ.ค.หมดเขตแจ้งครอบครอง

10.05.19 | 14:51 น.
(แฟ้มภาพ)

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ถนนดินแดง


นายนิยมเติม ศรีสุข เลขาธิการป.ป.ส. พร้อมด้วย นายวิชัย ไชยมงคล รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และคณะผู้บริหาร ป.ป.ส. ร่วมแถลงผลการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหายาเสพติดรอบ 6 เดือน ตั้งแต่ตุลาคม 2561 ถึงมีนาคม 2562 ผลการดำเนินงานป้องกันปราบปรามยาเสพติดระหว่างประเทศ รวมถึงการบังคับใช้ พ.ร.บ.ยาเสพติดฉบับใหม่

นายนิยม กล่าวว่า สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นปฏิบัติการเชิงรุก สกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดน รวมถึงพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะสถานบันเทิงสถานบริการและโรงงานอุตสาหกรรม พร้อมเร่งสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเยาวชน จึงมีข้อสั่งการให้แก้ไขปัญหายาเสพติดในภาพรวมของประเทศ 6 ด้านดังนี้ คือ

1.ด้านการต่างประเทศ ภายใต้แผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัย 6 ประเทศ ส่งผลให้ประเทศในกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขงสกัดกั้นยาเสพติตตามแนวชายแดนได้มากขึ้น โดยประเทศไทยพบปริมาณการจับกุมไอซ์ลดลง แต่ยาบ้าและเฮโรอีนยังคงมีปริมาณที่สูงเมื่อเทียบกับ 6 เดือนหลังในปี 2561 อย่างไรก็ตาม ยังสามารถทำลายแหล่งผลิตยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำใน 10 เมืองพร้อมยึดของกลางอุปกรณ์การผลิตหัวตอก และสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ได้จำนวนมาก ลดการผลิตยาบ้าได้มากถึง 270-310 ล้านเม็ด และยังลดการผลิตไอซ์ได้ประมาณ 105,000 กก.

Advertisement

2.ด้านการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดน เร่งแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจัดกำลังลาดตระเวนในพื้นที่เสี่ยงและเสริมกำลังในพื้นที่ที่เป็นจุดอ่อน ตั้งจุดตรวจจุดสกัดตามเส้นทางในอำเภอชายแดน สนับสนุนเทคโนโลยีด้านการสกัดกั้น ซึ่งผลการจับที่ผ่านมา คิดเป็นร้อยละ 62 ของปริมาณยาบ้าที่จับยึดได้ทั่วประเทศ

3.ด้านการปราบปรามยาเสพติด มุ่งไปยังพื้นที่หมู่บ้าน ชุมชนและเขตเมือง สามารถจับกุมคดียาเสพติดทั่วประเทศได้ 165,688 คดี ผู้ต้องหา 177,067 ราย ของกลางยาบ้า 317.85 ล้านเม็ด กัญชา 9,271.75 กก. ไอซ์ 4,916.20 กก. โคเคน 10.30 กก. ยึดและอายัดทรัพย์สิน 1,019 คดี มูลค่าทรัพย์สิน 554.38 ล้านบาท

4.ด้านการบำบัดรักษายาเสพติด เน้นลดความต้องการใช้ยาเสพติด โดยมีชุมชนเป็นศูนย์กลางในการบำบัด ผู้ใช้ยาเสพติดสามารถเข้าบำบัดใกล้บ้าน จัดตั้ง Harm Unit ครบทุกจังหวัดทั่วประเทศ สามารถนำผู้เสพเข้าบำบัด 80,101 ราย ให้บริการลดอันตรายจากยาเสพติด 11,031 ราย ติดตามผู้ผ่านการบำบัด 76,202 ราย ให้ความช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัดที่ขอรับความช่วยเหลือ 2,413 ราย และให้ความช่วยเหลือ 220 ราย

5.ด้านการป้องกันยาเสพติด มุ่งลดความต้องการและป้องกันคนหน้าใหม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด รวม 6.13 ล้านคนทั่วประเทศ สร้างการรับรู้เท่าทันปัญหายาเสพติดภายใต้โรงเรียนยุติธรรมอุปถัมภ์ 870 แห่ง และดำเนินการป้องกันยาเสพติดในกลุ่มแรงงานในสถานประกอบการ ตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงใหญ่ รวม 1.25 ล้านคน สอดคล้องกับการประเมินของกระทรวงมหาดไทย พบว่าหมู่บ้านและชุมชนที่ไม่มีปัญหายาเสพติดยังคงสภาพอยู่ได้ 57,477 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 70 ของหมู่บ้านชุมชนทั่วประเทศ

6.ด้านการขับเคลื่อนนโยบายกัญชา ภายหลังมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 ได้เร่งสร้างการรับรู้เรื่องกัญชาถึงเจตนารมณ์ของกฎหมาย ให้แก่ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่จะได้รับอนุญาตปลูกหรือผลิตกัญชาได้นั้น ต้องได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ อย. และ 5 ปีแรก ต้องดำเนินการโดยรัฐหรือร่วมกับรัฐ และรัฐบาลยังได้สนับสนุนให้มีการศึกษาวิจัยกัญชา เพื่อพัฒนาตำรับยาเพิ่มขึ้นจาก 16 ตำรับยา

“ปัจจุบันมีผู้ได้รับอนุญาตปลูกกัญชาโดยถูกกฎหมายและดำเนินการปลูก 2 องค์กร คือ องค์การเภสัชกรรม ขณะนี้ใกล้จะออกดอกแล้ว ประมาณเดือนกรกฎาคม จะสามารถสกัดน้ำมันจากกัญชาที่ปลูกได้ ประมาณ 2,500 ขวด ขวดละ 5 ซีซี และมหาวิทยาลัยรังสิตที่ได้รับใบอนุญาตให้ปลูกแล้ว และยังอยู่ระหว่างขออนุญาตปลูก 1 องค์กร คือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินการนโยบายด้านกัญชามี 2 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือกระทรวงสาธารณสุข ทำหน้าที่ในการตรวจ จดแจ้ง และสำนักงาน ป.ป.ส.” นายนิยม กล่าวและว่า

หลังจากวันที่ 21 พฤษภาคมนี้ จะสิ้นสุดการรับจดแจ้งการครอบครองกัญชา ซึ่งได้วางมาตรการเร่งด่วนจัดหากัญชาเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ สนับสนุนความร่วมมือระหว่างภาคการผลิต การใช้การศึกษาวิจัย และพัฒนาตำรับยาให้สามารถนำไปใช้หรือศึกษาวิจัยได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ และมอบหมายให้องค์การเภสัชกรรม พิจารณาจัดหากัญชาอย่างเร่งด่วน เพื่อใช้ในระยะสั้นๆ

ส่วนการดำเนินงานในระยะต่อไป จะมุ่งเน้นการดำเนินงานลดความต้องการยาเสพติดในทุกมิติ ตามแผนแม่บทยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (ปี 2561-2580) สอดรับแผนตำบลมั่งคงปลอดภัยยาเสพติด เพื่อให้ประชาชน สังคม และประเทศไทยปลอดภัยจากยาเสพติดอย่างยั่งยืน