ประธานบอร์ดพอช.-ผวจ.อุตรดิตถ์ร่วมพิธียกเสาเอก‘บ้านมั่นคงห้องสูง’ 40 ครัวเรือน

10.05.19 | 15:56 น.

‘ไมตรี อินทุสุต’ ประธานบอร์ด พอช.- ผวจ.อุตรดิตถ์ และเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน ร่วมพิธียกเสาเอก ‘บ้านมั่นคงห้องสูง’ อ.ลับแล สร้างบ้านใหม่ 40 ครัวเรือนบนที่ดินกรมธนารักษ์ สัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี โดยหน่วยงานในท้องถิ่นหนุนสาธารณูปโภค

ตามที่รัฐบาลมอบหมายให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดทำแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) มีเป้าหมายเพื่อให้คนไทยทุกครอบครัวมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงภายในปี 2579 โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ ‘พอช.’ สนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยของประชาชนประมาณ 1 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ โดยดำเนินงานตามแผนงานบ้านมั่นคงเมืองและชนบท โครงการบ้านพอเพียงชนบท การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง คนไร้บ้าน ฯลฯ ซึ่งขณะนี้การดำเนินงานมีความคืบหน้าเป็นลำดับ

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ที่บ้านห้องสูง ต.ชัยจุมพล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ สหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงอุตรดิตถ์ จำกัด เครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองจังหวัดอุตรดิตถ์ สภาองค์กรชุมชนตำบลชัยจุมพล ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอุตรดิตถ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันจัดพิธียกเสาเอกเพื่อสร้างบ้านใหม่ ‘สหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงอุตรดิตถ์ จำกัด’ จำนวน 40 ครัวเรือน โดยมีนายไมตรี อินทุสุต ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เป็นประธานในพิธี มีนายธนากร อึ้งจิตรไพศาล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ นายสมชาติ ภาระสุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมธนารักษ์ อำเภอลับแล รวมทั้งเครือข่ายภาคประชาชนเข้าร่วมในพิธีประมาณ 300 คน

นายไมตรี กล่าวว่า การขับเคลื่อนงานพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนที่มีรายได้น้อยของ พอช.เป็นนโยบายของรัฐบาล ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มีเป้าหมายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเสมอภาค ความเป็นธรรม และการเข้าถึงโอกาส โดยจะไม่ทิ้งให้ใครอยู่ข้างหลัง รวมทั้งคำนึงถึงเป้าหมายการพัฒนาของสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เป็นสำคัญ
“โครงการบ้านมั่นคงที่จังหวัดอุตรดิตถ์นี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี ที่ พอช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายภายในปี 2579 ว่า ‘ประชาชนไทยทุกครัวเรือนจะมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง’ และนอกจากการสร้างบ้านแล้ว จะต้องมีการพัฒนาสิ่งแวดล้อม ทำให้ชุมชนมีความสะอาด สวยงาม มีการส่งเสริมอาชีพ ส่งเสริมการออมทรัพย์ การจัดสวัสดิการชุมชน และพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างรอบด้าน เพื่อให้พี่น้องประชาชนและลูกหลานมีความสุขอย่างยั่งยืน” นายไมตรีกล่าว

นางสาวธีรยา มาบุญลือ ประธานคณะกรรมการสหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงอุตรดิตถ์ จำกัด กล่าวว่า โครงการบ้านมั่นคงที่บ้านห้องสูง ตำบลชัยชุมพล เกิดจากการรวมตัวกันของประชาชนที่มีความเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัย เนื่องจากไม่มีความมั่นคงในที่ดิน เช่น อาศัยอยู่ในที่ดินวัด ที่ดินกรมธนารักษ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย กรมชลประทาน นอกจากนี้ชุมชนยังมีสภาพแออัด บ้านเรือนทรุดโทรม ไม่มั่นคงแข็งแรง ส่วนใหญ่มีฐานะยากจน อาชีพรับจ้างทั่วไป และค้าขายเล็กๆ น้อยๆ ชาวบ้านที่เดือดร้อนจึงรวมตัวกันเป็น ‘สหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงอุตรดิตถ์ จำกัด’ เพื่อต้องการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและพัฒนาชีวิตให้ดีขึ้น โดยมีหน่วยงานต่างๆ ร่วมให้การสนับสนุน
เช่น จังหวัดอุตรดิตถ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประสานงานเพื่อขอเช่าที่ดินราชพัสดุจากกรมธนารักษ์ บริเวณบ้านห้องสูง หมู่ 3 ต.ชัยจุมพล อ.ลับแล เนื้อที่ 4 ไร่ 2 งาน 48 ตารางวา เป็นที่ก่อสร้างบ้านใหม่ จำนวน 40 ครัวเรือน ระยะเวลาเช่า 30 ปี (1 มกราคม 2562 – 31 ธันวาคม 2591) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ สนับสนุนงบประมาณในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยภายใต้โครงการบ้านมั่นคงเมือง จำนวน 11,644,820 บาท นอกจากนี้สหกรณ์ฯ ยังได้ประสานขอรับการสนับสนุนการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคจากหน่วยงานรัฐในพื้นที่ด้วย เช่น ประปา ไฟฟ้า ฯลฯ

Advertisement

สำหรับแบบบ้านที่จะก่อสร้างใหม่ มี 3 แบบ เป็นบ้านแฝดชั้นเดียวขนาด 4X7 เมตร เป็นบ้านแฝดชั้นเดียวขนาด 5X8 เมตร เป็นบ้านแฝดสองชั้นขนาด 5X8 เมตร ตั้งบนที่ดินขนาด 24 ตารางวา ต่อคนต่อแปลง โดยมีรายละเอียดการสนับสนุนจาก พอช. เช่น สาธารณูปโภค 2 ล้านบาท เงินอุดหนุน 1 ล้านบาท สินเชื่อรวม 8,544,820 บาท ระยะเวลาผ่อน 15 ปี และแผนงานสร้างบ้านคาดว่าจะเสร็จภายใน 1 ปี

นายสุพัฒน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักงานภาคเหนือ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวว่า การพัฒนาที่อยู่อาศัยในจังหวัดอุตรดิตถ์เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2538-2543 โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนเมือง (ปัจจุบันคือ พอช.) ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายในจังหวัดอุตรดิตถ์สนับสนุนการสร้างบ้านใหม่ของชาวชุมชน 8 ครอบครัวที่อาศัยอยู่ริมคลองโพ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ โดยชาวบ้านได้ร่วมกันออมทรัพย์วันละ 15 บาท และเช่าที่ดินจากวัดเพื่อสร้างบ้านใหม่ในราคาหลังละ 40,00 บาท จนกลายเป็นต้นแบบในการพัฒนาที่อยู่อาศัยในจังหวัดอุตรดิตถ์

ช่วงปี 2544–2556 พอช. และเครือข่ายองค์กรชุมชนเมืองอุตรดิตถ์ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นทำการสำรวจข้อมูล ผู้เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยในเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ พบว่ามีผู้เดือดร้อน 18 ชุมชน จำนวน 1,036 ครัวเรือน โดย พอช.และภาคีเครือข่ายได้สนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย แบ่งเป็น 1) การย้ายชุมชนไปสร้างบ้านในที่ดินใหม่ จำนวน 124 ครัวเรือน ซึ่งกระจายมาจาก 18 ชุมชน และ 2) ปรับปรุงที่อยู่อาศัยในที่ดินเดิม 13 ชุมชน จำนวน 912 ครัวเรือน

“จนถึงขณะนี้ พอช.และภาคีเครือข่ายได้สนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคงเมืองอุตรดิตถ์ ไปแล้ว รวมทั้งหมด 4 เมือง 17 โครงการ คือ ในเขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ 1,036 ครัวเรือน ในเทศบาลตำบลในเมือง อำเภอพิชัย 215 ครัวเรือน , อบต.หาดล้า อำเภอท่าปลา 33 ครัวเรือน , อบต.ชัยจุมพล อำเภอลับแล 40 ครัวเรือน รวมทั้งหมด 1,324 ครัวเรือน ส่วนที่เหลือจะดำเนินการต่อไป โดย พอช.จะประสานงานกับหน่วยงานรัฐที่ดูแลที่ดิน เพื่อนำที่ดินรัฐที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาให้ชาวชุมชนเช่าเพื่อก่อสร้างบ้านมั่นคงต่อไป” นายสุพัฒน์กล่าว

สำหรับความคืบหน้าในการดำเนินการโครงการแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดบ้านมั่นคงทั่วประเทศในปีงบประมาณ 2562 มีเป้าหมาย 5,500 ครัวเรือน ขณะนี้ (ตุลาคม 2561-มีนาคม 2562) ดำเนินการแล้ว 3,335 ครัวเรือน โครงการบ้านพอเพียงชนบท เป้าหมาย 11,500 ครัวเรือน ขณะนี้ดำเนินการแล้ว 12,543 ครัวเรือน โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง (ดำเนินงานต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559 ในพื้นที่คลองลาดพร้าว) เป้าหมาย 7,069 ครัวเรือน ขณะนี้ดำเนินการแล้ว 3,084 ครัวเรือน ฯลฯ

ส่วนผลการดำเนินโครงการบ้านมั่นคงตั้งแต่ปี 2546-2561 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้ดำเนินการในพื้นที่ 76 จังหวัด จำนวน 353 เมือง รวม 931 โครงการ ครอบคลุม 2,061 ชุมชน ทำให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงรวม 100,216 ครัวเรือน