อสส.เซ็นตั้ง “ธรัมพ์” รองเลขา อสส.นั่งโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ส่วนรองโฆษก ยังเป็น โกศลวัฒน์-ประยุทธ ปฏิบัติ 6 ภารกิจเผยเเพร่ข่าวสาร ถูกต้อง ท่วงทันเหตุการณ์ส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร
เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา นายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุดได้มีคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุดที่ 643 / 2562 เรื่องแต่งตั้งโฆษกและรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดว่าเนื่องจาก นาย วันชาติ สันติกุญชร โฆษกสำนักงานอัยการ สูงสุด ได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติราชการในหน้าที่อัยการอาวุโสสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายสัญญาและหารือ1สำนักงานที่ปรึกษากฎหมายมีภารกิจในหน้าที่อัยการอาวุโสเป็นจำนวนมากไม่อาจปฏิบัติหน้าที่โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดได้จึงจำเป็นต้องมีโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดขึ้นมาแทนและคณะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่ไปจากเดิมประกอบด้วยสำนักงานอัยการสูงสุดมีความประสงค์ที่จะสร้างความเข้าใจและการให้ข้อมูลข่าวสารการประชาสัมพันธ์ที่ถูกต้องรวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์ต่อสังคมอีกทั้งเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของสำนักงานอัยการสูงสุดในการปฎิบัติภารกิจให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมจึงให้ยกเลิกคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุดที่1490 / 2560 และมีคำสั่งแต่งตั้งโฆษกและรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นคณะโฆษก ดังนี้
ให้ นายธรัมพ์ ชาลีจันทร์ รองเลขานุการอัยการสูงสุดและอัยการพิเศษฝ่ายคณะกรรมการ1สำนักงานคณะกรรมการอัยการ เป็นโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด
ให้นาย โกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อัยการพิเศษฝ่าย เป็นรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด
ให้นาย ประยุทธ เพชรคุณ อัยการพิเศษฝ่าย เป็นรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด
โดยให้มีอำนาจหน้าที่
1.แถลงข่าวและชี้แจงข้อมูลต่างๆในนามสำนักงานอัยการสูงสุดตลอดจนพิจารณาให้ข้อมูลข่าวสารที่ตรงกับข้อเท็จจริงและทันต่อเหตุการณ์ในทุกกรณีตามความเหมาะสมโดยให้ถือปฏิบัติตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง
2.รับฟังข้อมูลข่าวสารและข้อคิดเห็นจากประชาชนหรือสื่อมวลชนเพื่อนำมาพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง
3.เชิญพนักงานอัยการหรือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสำนักงานอัยการสูงสุดส่งข้อมูลและข่าวสารรวมทั้งสนับสนุนการแถลงข่าวหรือประชาสัมพันธ์ตามความจำเป็น
4.กำกับงานศูนย์สารนิเทศและประชาสัมพันธ์สำนักบริหารกลาง สำนักงานบริหารกิจการสำนักงานอัยการสูงสุด
5.แต่งตั้งคณะทำงานหรือบุคคลที่เห็นสมควรเพื่อร่วมดำเนินการในการประชาสัมพันธ์ตามความเหมาะสม
6.รายงานผลการดำเนินงานให้อัยการสูงสุดทราบ

